แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 11
1
คอนโดติดรถไฟฟ้า เซล พลัส สาทร-ราชพฤกษ์ (Zelle Plus Sathorn-Ratchaphruek)
เริ่มต้น 2 ลบ. 

เซล พลัส สาทร-ราชพฤกษ์ (Zelle Plus Sathorn-Ratchaphruek)
สัมผัสคอนโดใหม่ล่าสุด ที่ให้ความเป็นส่วนตัว และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิตคนเมือง บนทำเลที่ดีที่สุด “ใกล้สาทร” สะดวกสบายทุกการเดินทาง เพียง 1 นาที* จาก Interchange BTS & MRT สถานีบางหว้า เร็วๆนี้

 รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ                เซล พลัส สาทร-ราชพฤกษ์ (Zelle Plus Sathorn-Ratchaphruek)
 เจ้าของโครงการ          ปริญสิริ
 ราคา                       เริ่มต้น 2 ลบ.

 ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.       โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ลักษณะทำเล              คอนโดในเมือง, คอนโดใกล้ขนส่งสาธารณะ
 ความสูงคอนโด            Low Rise (ไม่เกิน 8 ชั้น)
 ลักษณะกรรมสิทธิ์        โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ประเภทห้องที่มี           โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ขนาดห้องที่มี              โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 เนื้อที่ทั้งหมด               1 ไร่
 จำนวนตึก                   1 อาคาร
 จำนวนชั้น                8 ชั้น
 จำนวนห้อง              156 ยูนิต
 ที่จอดรถทั้งหมด        โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ค่าบำรุงส่วนกลาง      โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค          สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, รปภ., กล้องวงจรปิดโครงการ

 สถานที่ใกล้เคียง
 โซน               บางแค, ตลิ่งชัน, ทวีวัฒนา, ภาษีเจริญ
 ที่ตั้ง              ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กทม. 10160
 ขนส่งสาธารณะ
รถไฟฟ้า:            ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, สถานี(หัวลำโพง - บางแค)(บางหว้า)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
ห้างสรรพสินค้า
The Circle ราชพฤกษ์
Food Villa ราชพฤกษ์
Seacon บางแค
The Mall ท่าพระ
ICON SIAM


สถานศึกษา

ม.สยาม
รร.นานาชาติสิงคโปร์ ธนบุรี (SISB Thonburi)
รร.เซนต์ปีเตอร์ ธนบุรี


สถานพยาบาล

รพ.พญาไท 3
รพ.ธนบุรี 1
รพ.สมิติเวช ธนบุรี
รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า

2
โรคมะเร็งเมโสเธลิโอมา (Mesothelioma)

Mesothelioma เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดกับเซลล์มีโซทีเลียม (Mesothelium) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ปกคลุมอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย อย่างเยื่อหุ้มปอด ช่องท้อง หน้าอก หัวใจ หรืออัณฑะ โดยเยื่อหุ้มปอดจะเป็นบริเวณที่พบการเกิดมะเร็งได้บ่อยมากกว่าบริเวณอื่น

ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ป่วยมักตรวจพบมะเร็ง Mesothelioma เมื่อเซลล์มะเร็งมีการแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่น ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้ การรักษาส่วนใหญ่จึงเป็นการประคับประคอง หรือควบคุมอาการต่าง ๆ ของผู้ป่วยเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น


อาการของ Mesothelioma

อาการของ Mesothelioma มักจะค่อย ๆ แสดงความผิดปกติออกมาในระยะเวลาหลายปี โดยอาการจะแตกต่างกันตามบริเวณที่เกิดมะเร็ง เช่น

    หากเกิดบริเวณเยื่อหุ้มปอด อาจส่งผลให้รู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอก รู้สึกเจ็บขณะไอ หายใจไม่อิ่ม อ่อนเพลีย มีไข้ขึ้นสูงและเหงื่อออกมากโดยเฉพาะเวลากลางคืน พบก้อนเนื้อใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอก เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือนิ้วปุ้ม (Clubbing Fingers)
    หากเกิดบริเวณเยื่อบุช่องท้อง อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้อง บวมบริเวณท้อง คลื่นไส้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีไข้ ท้องเสียหรือท้องผูก
    หากเกิดบริเวณเยื่อหุ้มหัวใจ อาจส่งผลให้หายใจลำบาก หรือเจ็บหน้าอก
    หากเกิดบริเวณเยื่อหุ้มอัณฑะ อาจส่งผลให้ลูกอัณฑะบวม

เนื่องจาก Mesothelioma เป็นมะเร็งชนิดที่พบได้น้อย และอาการต่าง ๆ อาจทับซ้อนกับโรคอื่น ผู้ป่วยจึงอาจเข้าใจว่าอาการต่าง ๆ เป็นผลมาจากโรคอื่น หากพบอาการในข้างต้นอย่างเรื้อรัง ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีประวัติการเกี่ยวข้องกับแร่ใยหิน


สาเหตุของ Mesothelioma

มะเร็งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ที่แบ่งตัวมากผิดปกติและลุกลามไปยังอวัยวะบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย โดยในกรณี Mesothelioma ความผิดปกติของเซลล์ดังกล่าวจะเกิดกับ Mesothelium ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อที่ปกคลุมอวัยวะภายในบริเวณหน้าอก ช่องท้อง หัวใจ หรืออัณฑะ

ในปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แน่นอนที่ส่งผลให้เกิด Mestothelioma แต่มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการสูดดมหรือกลืนแร่ใยหินเป็นระยะเวลานาน หรืออาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยบางอย่าง เช่น

    การอยู่อาศัยร่วมกับผู้ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีแร่ใยหิน เนื่องจากเศษแร่ใยหินอาจติดมากับผิวหนังหรือเสื้อผ้าได้
    พันธุกรรม ผู้ที่มีคนในครอบครัวมีประวัติการเกิดมะเร็ง Mesothelioma อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค
    ประวัติการใช้รังสีรักษาบริเวณทรวงอก ผู้ที่มีประวัติการรักษาด้วยรังสีบริเวณทรวงอก เช่น การใช้รังสีรักษามะเร็งบริเวณทรวงอก อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง Mesothelioma


การวินิจฉัย Mesothelioma

ในเบื้องต้น แพทย์จะซักประวัติของผู้ป่วยเพื่อหาสาเหตุที่อาจส่งผลให้เกิด Mesothelioma โดยเฉพาะประวัติการเกี่ยวข้องกับแร่ใยหิน รวมถึงตรวจสุขภาพทั่วไปและตรวจของเหลวบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย อย่างบริเวณช่องอก ช่องท้อง หรือเยื่อหุ้มหัวใจ

เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้พบได้น้อย ผลการวินิจฉัยในเบื้องต้นจึงอาจเกิดความผิดพลาดได้ แพทย์จึงจะนำผลการตรวจในขั้นต้นที่ได้เป็นเกณฑ์ในการเลือกวิธีตรวจอื่น ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าอาการต่าง ๆ ของผู้ป่วยเกิดจาก Mesothelioma ดังนี้

    การตรวจเลือด แม้การตรวจเลือดอาจไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็ง Mesothelioma แต่โดยส่วนมาก ผู้ป่วยมะเร็งชนิดดังกล่าวมักมีสารบางอย่างในเลือดสูงกว่าคนทั่วไป
    การตัดตัวอย่างเนื้อเยื่อ (Biopsy) แพทย์จะผ่าตัดหรือใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์นำตัวอย่างเนื้อเยื่อหรือของเหลวบริเวณที่เกิดมะเร็งไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อตรวจว่าความผิดปกติของเนื้อเยื่อและเซลล์ของผู้ป่วยเกี่ยวข้องกับ Mesothelioma หรือไม่ หากแพทย์ตรวจพบมะเร็ง แพทย์จะนำผลการตรวจที่ได้ไปใช้ในการวางแผนการรักษาขั้นต่อไป
    การใช้ภาพวินิจฉัย (Imaging Tests) แพทย์อาจวินิจฉัยผู้ป่วยโดยการเอกซเรย์ (X–Ray) การทำซีที สแกนหรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scans) การทำเอ็มอาร์ไอ (MRI: Magnetic Resonance Imaging) หรือการทำเพทสแกน (PET Scan) นอกจากนี้แพทย์อาจใช้วิธีดังกล่าวเพื่อตรวจการลุกลามของมะเร็ง หากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็ง Mesothelioma


การรักษา Mesothelioma

ในการรักษา Mesothelioma ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การควบคุมการลุกลามของมะเร็ง และบรรเทาอาการต่าง ๆ ของผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น เนื่องจากการวินิจฉัยส่วนใหญ่มักพบ Mesothelioma เมื่อมะเร็งได้ลุกลามหรือแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่น ๆ และไม่สามารถรักษาได้ โดยวิธีที่แพทย์ใช้ในการรักษาจะพิจารณาจากสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ความรุนแรงของอาการ และตำแหน่งที่เกิดมะเร็ง ซึ่งแพทย์อาจใช้หลายวิธีในการรักษาร่วมกัน เช่น


การผ่าตัด

ในกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่ามะเร็งยังไม่ลุกลาม แพทย์อาจทำการผ่าตัดเพื่อกำจัดมะเร็ง แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว การผ่าตัดอาจทำได้เพียงช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ เท่านั้น เนื่องจากแพทย์อาจไม่สามารถกำจัดมะเร็งได้ทั้งหมด โดยวิธีผ่าตัดที่แพทย์มักใช้ในการรักษา เช่น

    การผ่าตัดเพื่อระบายของเหลวสะสมในช่องปอด เนื่องจากภาวะของเหลวสะสมในช่องปอดจากมะเร็งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก แพทย์จึงอาจใช้สายยางสอดเข้าไปในร่างกายบริเวณช่วงอกเพื่อระบายของเหลวดังกล่าว หรือในบางกรณีแพทย์อาจฉีดยาบางชนิดเพื่อป้องกันภาวะของเหลวสะสมในปอดซ้ำ (Pleurodesis)
    การผ่าตัดนำเยื่อหุ้มปอดบริเวณที่เป็นมะเร็งออก เพื่อป้องกันการลุกลามของมะเร็ง และช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ของผู้ป่วย
    การผ่าตัดนำเนื้อปอดหรือเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียงที่เป็นมะเร็งออก เพื่อช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ของผู้ป่วย นอกจากนี้การผ่าตัดดังกล่าวยังช่วยให้แพทย์สามารถใช้รังสีรักษาบริเวณปอดได้สะดวกขึ้น
    การผ่าตัดเพื่อกำจัดมะเร็งบริเวณช่องท้อง แพทย์จะผ่าตัดเพื่อกำจัดมะเร็งบริเวณช่องท้องให้ได้มากที่สุด และอาจใช้การรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือคีโม (Chemotherapy) เพิ่มเติม


เคมีบำบัดหรือคีโม (Chemotherapy)

เป็นวิธีรักษาโรคมะเร็งโดยการใช้ยาเพื่อกำจัดหรือควบคุมเซลล์ที่เติบโตหรือแบ่งตัวเยอะผิดปกติในร่างกาย ซึ่งในการรักษา Mesothelioma แพทย์อาจเลือกยาชนิดรับประทานหรือฉีดเพื่อป้องกันการลุกลามของมะเร็งที่ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการผ่าตัด นอกจากนี้แพทย์อาจใช้วิธีเคมีบำบัดร่วมกับการผ่าตัด เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถผ่าตัดได้ง่ายขึ้น หรือลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งซ้ำ


รังสีรักษา (Radiation Therapy)

แพทย์อาจรักษาโดยการใช้รังสีพลังงานสูง อย่างรังสีเอกซเรย์ หรือโปรตอน เพื่อกำจัดหรือควบคุมการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง


ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)

ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แพทย์อาจใช้ยาบางชนิดเพื่อช่วยให้ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น


การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy)

เป็นวิธีรักษาโรคมะเร็งโดยการใช้ยาบางชนิดเพื่อกำจัดหรือชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติในร่างกายโดยเฉพาะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติอื่น ๆ เพียงเล็กน้อย โดยแพทย์จะเลือกชนิดของยาที่เหมาะสมจากการตรวจลักษณะความผิดปกติของผู้ป่วยทางห้องปฏิบัติการ

นอกจากนี้ แพทย์อาจทำการรักษาอื่น ๆ เพิ่มเติมตามอาการของผู้ป่วย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น เช่น การให้ยาบรรเทาอาการปวดหากผู้ป่วยมีอาการปวด


ภาวะแทรกซ้อนของ Mesothelioma

ผู้ป่วย Mesothelioma อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ โดยขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดมะเร็ง ในกรณีที่มะเร็งเกิดบริเวณเยื่อหุ้มปอด ผู้ป่วยอาจเกิดอาการต่าง ๆ จากการที่ก้อนเนื้อมะเร็งแพร่กระจายและเบียดอวัยวะต่าง ๆ ในช่องอก เช่น หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก กลืนอาหารลำบาก รู้สึกเจ็บจากการกดทับของก้อนเนื้อมะเร็งบริเวณเส้นประสาทและไขสันหลัง หรือเกิดภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pleural Effusion)


การป้องกัน Mesothelioma

เนื่องจาก Mesothelioma เป็นมะเร็งที่อาจเกี่ยวข้องกับการสูดดมหรือกลืนแร่ใยหินเป็นระยะเวลานาน จึงอาจลดความเสี่ยงได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยดังกล่าวให้มากที่สุด แต่หากต้องทำงานหรือประกอบอาชีพที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ อย่างช่างไฟฟ้าหรือช่างประปา ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันตนเองก่อนการทำงานทุกครั้ง อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนรับประทานอาหารและก่อนกลับบ้าน หรืออาจปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการป้องกันเพิ่มเติม

3
การรักษา ไวรัสตับอักเสบ บี

การรักษาไวรัสตับอักเสบ บี สามารถทำได้ดังนี้ คือ

การรักษาไวรัสตับอักเสบ บี ระยะเฉียบพลัน ในกรณีที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าได้รับการติดเชื้อตับอักเสบ บี เฉียบพลัน ซึ่งผู้ป่วยมีโอกาสหายได้เองภายในไม่กี่เดือน โดยที่ร่างกายกำจัดและมีการสร้างภูมิต้านทานขึ้นมา แพทย์อาจแนะนำการปฏิบัติตัวให้เหมาะสม เช่น การพักผ่อน ดื่มน้ำให้มาก และรับประทานอาหารที่มีโภชนาการสูง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับโรค

นอกจากนั้นยังพบว่า ส่วนใหญ่ ผู้ป่วยจะไม่มีอาการที่แสดงชัดเจนมากนัก ในเบื้องต้นผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้น ได้ดังนี้

    รับประทานยาแก้ปวด (พาราเซตามอล หรือไอบูโพรเฟน) สำหรับกรณีที่มีอาการปวดท้อง
    อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ให้ร่างกายไม่ร้อน ใส่เสื้อผ้าที่ไม่คับเกินไป รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงอาบน้ำร้อน ในกรณีที่เกิดผื่นคัน
    รับประทานยาปฏิชีวนะ เช่น ยาแก้อาการคลื่นไส้อาเจียนเมโทโคลพราไมด์ (Metoclopramide)  หรือยาแก้แพ้คลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine) เพื่อลดอาการผื่นคัน ซึ่งในบางรายอาจต้องได้รับใบสั่งยาหรือคำแนะนำจากแพทย์ก่อน

อย่างไรก็ตาม อาจมีการตรวจเลือดเพื่อตรวจสอบว่ายังมีไวรัสอยู่หรือไม่ หรือตรวจสอบว่ามีการพัฒนาสู่ไวรัสตับอักเสบ บี เรื้อรัง หรือไม่

การรักษาไวรัสตับอักเสบ บี ระยะเรื้อรัง หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยแล้วว่ามีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ระยะเรื้อรัง ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ตับแข็ง ตับวาย มะเร็งตับ และป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเป็นพาหะนำโรคไปสู่ผู้อื่น โดยการรักษา มีดังนี้

    การรักษาด้วยการใช้ยาต้านไวรัส (Antiviral Medications) มียาต้านไวรัสอยู่หลายชนิดด้วยกัน เช่น
        ลามิวูดีน (LamivudineX)
        อะดีโฟเวียร์ (Adefovir)
        เทวบิวูดีน (Telbivudine)
        เอนเทคคาเวียร์ (Entecavir)

โดยยาต้านไวรัสเหล่านี้ สามารถช่วยต่อสู้กับเชื้อไวรัสและชะลอไม่ให้ตับถูกทำลาย ซึ่งแพทย์จะแนะนำยาที่เหมาะสมที่สุดให้กับผู้ป่วย

    ยาอินเตอร์เฟอรอน (Interferon Alfa-2b) อินเตอร์เฟอรอน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดเชื้อโรค โดยเฉพาะไวรัส ซึ่งปัจจุบันได้มีการสังเคราะห์ขึ้นมาและนำมาใช้เป็นยาเพื่อรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ส่วนใหญ่จะใช้ในผู้ป่วยที่มีอายุยังน้อยหรือผู้ที่วางแผนจะมีบุตร ในรูปแบบยาฉีด แต่อาจมีผลข้างเคียง ได้แก่ ภาวะซึมเศร้า หายใจลำบาก และแน่นหน้าอก
    การปลูกถ่ายหรือผ่าตัดเปลี่ยนตับ หากตับของผู้ป่วยได้ถูกทำลายอย่างรุนแรง การปลูกถ่ายตับก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการรักษาเพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้ ในการปลูกถ่ายตับ ศัลยแพทย์จะเอาตับส่วนที่ไม่ดีออกและแทนที่ด้วยตับที่ปกติดี โดยส่วนใหญ่ตับที่นำมาใช้ในการปลูกถ่ายจะมาจากผู้เสียชีวิตที่ได้บริจาคร่างกาย หรือมีส่วนน้อยที่ได้รับการบริจาคจากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่

4
คิดจะรีไฟแนนซ์บ้าน 2568 ต้องดู! กับ 10 ข้อแนะนำดีๆ จาก กูรู

ใกล้สิ้นปีแล้ว นอกจากจะคิดถึงเรื่องของการเฉลิมฉลอง สำหรับใครที่มีกู้ซื้อบ้าน หรือซื้อคอนโดอยู่ และดอกเบี้ยเข้าสู่ช่วงลอยตัว ก็คงต้องเริ่มคิดถึงเรื่องการรีไฟแนนซ์กันแล้วล่ะค่ะ เพราะใครๆ ก็อยากที่จะผ่อนสบายๆ จ่ายสะดวกๆ เงินต้นลดเร็วๆ ดอกเบี้ยน้อยๆ กันทั้งนั้น ว่าแต่...ก่อนที่จะตัดสินใจรีไฟแนนซ์กับธนาคารไหนๆ เราต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจนะคะ วันนี้เช็คราคามีข้อแนะนำดีๆ จาก GURU มาฝากกันค่ะ


1. ต้องถูกลงแบบคุ้มค่านะ
อย่าดูเฉพาะแค่ดอกเบี้ยที่ "ถูก" กว่าแบงค์เดิมเท่านั้น แต่เราควรดูด้วยว่าดอกเบี้ย "ถูกมากกว่ากันแค่ไหน" ถ้าไม่ถูกกว่ามาก รีไฟแนนซ์อาจไม่คุ้ม เพราะการรีไฟแนนซ์ไม่ฟรี แต่มีค่าใช้จ่าย แล้วก็ไม่ควรดูแค่ระยะสั้นๆ เช่น ดูอัตราดอกเบี้ยจูงใจระยะแรกแค่ 1-3 ปี แต่หลังจากนั้นก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงเหมือนเดิม


2. เช็คตัวเลขดอกเบี้ยลอยตัวให้ดีๆ
MLR และ MRR แต่ละธนาคารจะค่อนข้างแตกต่างกันมากโดยเฉพาะ "แบงค์เล็ก" กับ "แบงค์ใหญ่" ดังนั้น เราไม่ควรดูแค่ตัวเลขว่าลบเท่าไหร่ (เช่น MLR - X) แต่ให้ดูตัวเลขอัตรา MRR หรือ MLR แต่ละแบงค์ตอนนั้นว่าเท่าไหร่ด้วยค่ะ


3. คำนวณค่าปรับให้เป๊ะ
เราควรอ่านสัญญาสินเชื่อเราให้ดีนะคะ ว่าค่าปรับกรณีชำระคืนก่อนกำหนดคือเท่าไหร่ บางแบงค์กำหนดเวลา 3 ปีบางแห่ง 5 ปี บางแบงค์คิดค่าปรับ 2% บางแห่ง 5% บางแบงค์คิดค่าปรับบนยอดหนี้ที่เหลือ บางแห่งคิดบนยอดกู้ทั้งหมดตามสัญญา เป็นต้น


4. ลองคุยกับแบงค์เดิมก่อน
บางทีรีไฟแนนซ์ก็ไม่จำเป็นต้องทำกับแบงค์ใหม่ก็ได้นะคะ ลองคุยกับแบงค์เดิมดู บอกตรงๆ ว่าเราจะรีไฟแนนซ์ ถ้าเราเป็นลูกหนี้ดีมาตลอดอาจได้ลดดอกเบี้ย หรือระยะเวลาการผ่อนชำระที่ดีขึ้นได้ค่ะ


5. ค่าใช้จ่ายเยอะแค่ไหน
ค่าใช้จ่ายโดยรวมของรีไฟแนนซ์ โดยรวมคร่าวๆ จะมีตั้งแต่ 2-4% ของยอดหนี้เดิม  เช่น เราต้องเสียค่าปรับให้แบงค์เดิมหรือเปล่า แค่ไหน ค่าธรรมเนียมการจัดการเงินกู้ของแบงค์ใหม่มีหรือเปล่า แบงค์ใหม่ชาร์จค่าประเมินราคาบ้านเท่าไหร่ ดังนั้น โดยรวมแล้ว ดอกเบี้ยแบงค์ใหม่ควรได้ต่ำลง 2-4% โดยประมาณถึงจะคุ้มค่ะ


6. ทบทวนทุก 3 ปี
ทุกๆ 3 ปีเราควรทบทวนดูว่าเราควรจะรีไฟแนนซ์ หรืออยู่เฉยๆ เป็นหนี้กับแบงค์รายเดิมต่อไป เพราะส่วนใหญ่อัตราดอกเบี้ยช่วงปีแรกๆ (3 ปีแรก) จะต่ำเป็นพิเศษ จากนั้นดอกเบี้ยจะสูงขึ้น และส่วนมากจะกลายเป็นอัตราลอยตัว


7. ถ้าหนี้เหลือน้อยอาจไม่คุ้ม
ถ้ายอดหนี้บ้านเราเหลือไม่มาก หรือเหลือระยะเวลาผ่อนอีกไม่นาน เช่น ไม่ถึง 1-5 ปี การรีไฟแนนซ์อาจไม่คุ้มนะคะ เพราะมีค่าใช้จ่าย ดังนั้นการเลือกผ่อนกับแบงค์เดิมต่อ หรือรอให้มีเงินก้อนมาโปะหนี้ให้จบ อาจจะดี และคุ้มกว่ารีไฟแนนซ์


8. ประกันชีวิตต้องทำควบคู่ไหม
ประกันชีวิตประเภทต่างๆ ที่แบงค์ขายคู่มากับสินเชื่อรีไฟแนนซ์เป็นเรื่องที่เราสามารถต่อรองได้นะคะว่าจะทำ หรือไม่ทำ แล้วถ้าทำ จะได้เงื่อนไขอะไรบ้าง แต่มีข้อดีคือถ้าทำประกันพวกนี้พร้อมกันด้วย อาจได้วงเงินที่สูงขึ้น หรือดอกเบี้ยที่ต่ำลงค่ะ


9. อยากได้เงินกู้เกินไปโปะหนี้อื่นไหม
ถ้าอยากกู้ แล้วมีเงินเหลือไปทำอย่างอื่น (เช่น เอาไปจ่ายบัตรเครดิต) โดยอาศัยส่วนต่างระหว่าง "เงินกู้ยืมก้อนใหม่" กับ "หนี้ที่ติดอยู่กับแบงค์เดิม" เราต้องพิจารณาวงเงินรีไฟแนนซ์ของแต่ละแบงค์ด้วยค่ะ เพราะแต่ละแบงค์มีเงื่อนไขที่ต่างกัน บางที่ให้ 100% ของราคาประเมิน บางที่ให้แค่ 85% ของราคาประเมิน หรือบางที่ให้แค่ไม่เกินจำนวนวงเงินกู้เดิม ต้องลองคำนวณตัวเลขดูค่ะ


10. เปรียบเทียบโปรโมชั่นของแต่ละแบงค์
ก่อนรีไฟแนนซ์แต่ละครั้ง เราควรเช็คแต่ละแบงค์ให้ดีว่ามีโปรโมชั่นฟรีค่าใช้จ่ายหรือเปล่า เพราะแต่ละแบงค์จะมีข้อเสนอที่ต่างกัน และแล้วแต่ช่วงเวลาด้วย โปรโมชั่นที่มีบ่อยๆ ก็คือ ฟรีค่าจดจำนองใหม่ (1% ของวงเงินกู้ใหม่) ฟรีค่าประเมินราคาทรัพย์สิน (มีตั้งแต่ 1,500 - 9,000 บาท) ฟรีค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ (มีตั้งแต่ 0% - 3% ของวงเงินกู้ใหม่)

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับทริคดีๆ ทั้ง 10 ข้อ บางเรื่องเราอาจจะพอทราบกันอยู่แล้ว แต่บางเรื่องเราอาจจะมองข้ามกันไป หวังว่าคำแนะนำจาก GURU ของเราจะเป็นตัวช่วยให้คุณๆ ตัดสินใจกันง่ายขึ้นนะคะ

5
ลงประกาศฟรี / มือถือ Iphone แอปเปิล APPLE iPhone 12 Pro
« เมื่อ: วันที่ 2 เมษายน 2025, 22:59:10 น. »
มือถือ Iphone แอปเปิล APPLE iPhone 12 Pro
N/A

แอปเปิล APPLE iPhone 12 Pro
กล้องถ่ายรูป Triple camera ความละเอียด 12 + 12 + 12 MP +  LiDAR sensor
จอแสดงผล OLED Super Retina XDR ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2532x1170 พิกเซล
CPU Apple A14 Bionic

รายละเอียดเบื้องต้น
   ยี่ห้อ-รุ่น             แอปเปิล APPLE iPhone 12 Pro
   ราคากลาง              -
   จำนวนซิม           2 ซิม (Nano Sim Nano SIM + eSIM)
   แบบดีไซน์           จอสัมผัส
   สี                     ดำ, ขาว, น้ำเงิน, ทอง
   ความถี่-เครือข่าย
2G
3G
4G
5G

   ขนาด-น้ำหนัก                      ยาว 146.8 x กว้าง 71.5 x หนา 7.4 มม., น้ำหนัก 187 กรัม
   ความจุข้อมูลภายใน (ROM)     128 GB
   ความจุข้อมูลภายนอกสูงสุด        -
   แบตเตอรี่ และระบบชาร์จ         ความจุแบตเตอรี่ 2,815 mAh

จอแสดงผล
   ชนิดจอ                 จอสัมผัส (OLED Super Retina XDR)
   ความละเอียด          6.1 นิ้ว, 1,170 x 2,532 px
   รายละเอียดอื่น        กล้องถ่ายรูป Triple camera ความละเอียด 12+12+12 MP (กว้าง + กว้างพิเศษ + TelePhoto)
มี LiDAR Sensor

กล้องถ่ายรูป
   ขนาด-ความละเอียด                   กล้องหลัง (12 Mpx), กล้องหน้า (12 Mpx)
   ความละเอียดของภาพภ่ายสูงสุด
   คุณสมบัติ                               Auto Focus, Flash, เซนเซอร์รับภาพ, ซูมดิจิตอล, ซูมออปติคอล

ระบบปฏิบัติการ
   หน่วยประมวลผล (CPU)            Apple A14 Bionic
   หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU)    Apple GPU
   หน่วยความจำ (RAM)              6.0 GB
   ระบบเชื่อมต่อภายนอก                 -
   ระบบรับส่งข้อความ                   SMS, MMS, EMAIL, PUSH MAIL, BBM
   การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต              WiFi, 4G, 5G
   ระบบ GPS                           GPS, GLONASS, Galileo, QZSS และ BeiDou

6
จัดฟันบางนา: ไหมขัดฟัน มีความจำเป็นต่อสุขภาพช่องปากของเด็กหรือไม่ ?

การดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีนอกจากการแปรงฟันหรือยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง การใช้ไหมขัดฟันนั้นก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดของช่องปากได้ เนื่องจากการแปรงฟัน อย่างเดียวอาจทำให้เศษอาหารฆ่าแบคทีเรียบนผิวฟันยังคงเหลือและติดอยู่ตามซอกฟันได้ หากมีสุขภาพอนามัยในช่องปากที่ไม่ดีอาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้เช่นฟันผุฟันหลุดหรือโรคเหงือกที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดผลเสียต่อหัวใจได้ วันนี้ทาง คลินิกจะพามาทำความรู้จักกับไหมขัดฟัน ที่มีประโยชน์ต่อวัยเด็กหรือไม่ ซึ่งไหมขัดฟันนั้นเป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพที่ดีในการทำความสะอาดเศษอาหารหรือข้ามไปที่เรียที่ติดอยู่ตามซอกฟันอย่างหนึ่ง ก่อนที่ฆ่าแบคทีเรียจะกลายเป็นคาบหินปูนนั้นการใช้ใหม่ขัดฟันอย่างสม่ำเสมอทุกวันและถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุหรือโรคทางทันตกรรมอื่นๆได้ ซึ่งมีข้อดีอย่างที่ทราบอยู่แล้วว่าช่วยทำความสะอาดเสือกเลือกและฟันในที่ที่การแปรงฟันไม่สามารถเข้าถึง


ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งอาจทำให้ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคเหงือกโดยเฉพาะผู้ที่เป็นฟานแล้วใช่ไหมกับฟันอย่างสม่ำเสมอจะมีโอกาสของการเลือดออกที่เหงือกและการอักเสบ ของเหงือกได้น้อยกว่าผู้ที่ไม่ใช้ไหมขัดฟัน ซึ่งจะไม่พูดถึงข้อเสียก็ไม่ได้ ข้อเสียของใหม่ขัดฟันนั้นช่วงแรกอาจทำให้รู้สึกเจ็ดและมีเลือดไหลได้ กรณีที่ใช้ไหมขัดฟันลึกลงไปในเหงือกมากเกินไปก็อาจจะทำให้เลือดออกได้เช่นกัน แต่สุขภาพที่ดีของเหงือกนั้นจะทำให้เลือดหยุดไหลได้เอง แต่หากเลือดไม่หยุดไหลให้รีบไปพบทันตแพทย์ทันที

จากการใช้ไหมขัดฟันจะช่วยกำจัดเศษอาหารและฆ่าแบคทีเรียตามซอกฟันที่การแปรงฟันไม่สามารถเข้าถึงเราควรใช้ไหมขัดฟันให้เด็กเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 4 ขวบซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะสามารถทำได้เองก่อนจะอายุครบ 8 ขวบ วิธีใช้ที่ถูกต้อง ก่อนอื่นให้ตัดใหม่ค่ะตอนออกมาเราราว 40 เซนติเมตรซึ่งเป็นความยาวของปลายนิ้วถึงศอกจากนั้นให้พันเข้ากับนิ้วมือจนมีระยะห่างของทั้งสองมือราว 10 ถึง 15 เซนติเมตร ก่อนอื่นให้ตัดใหม่ค่ะตอนออกมาเราราว 40 เซนติเมตรซึ่งเป็นความยาวของปลายนิ้วถึงศอกจากนั้นให้พันเข้ากับนิ้วมือจนมีระยะห่างของทั้งสองมือราว 10 ถึง 15 เซนติเมตร ต่อมาดึงให้ใหม่ขัดฟันเหลือช่องว่างของนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของทั้งสองมือเรา 1 ถึง 1.5 เซนติเมตร ค่อย ๆขัดด้านข้างของฟันไปอย่างช้าๆค่อยๆใส่ลงไปช่องว่างระหว่างฟันและในการดึงออกเช่นเดียวกัน


หากมีการผ่านช่องฟันให้เคลื่อนไหวเหมือนการหอหุ้มฟันเอาไว้และใส่ลงไปในร่องเหงือก ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการเสียหายกับเหงือก เลื่อนขึ้นลงเพื่อทำความสะอาดด้านข้างของฟันต้องทำความสะอาดทั้งสองข้าง หลังจากขัดฟันเสร็จแล้วทุกครั้งให้พันไหมขัดฟันที่สกปรกซึ่งมีคราบติดอยู่เอาไว้และให้ใช้ไหม ที่เป็นฝั่งใหม่ในการขัดฟันเสมอ การใช้ไหมขัดฟันนั้นไม่สามารถสร้างความเสียหายแก่ฝันได้หากมีเลือดออกในการใช้ไหมขัดฟันนั้นถือเป็นเรื่องปกติเนื่องจากเหงือกมีความอ่อนแอได้

ใหม่ขัดฟันนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คิดหากไม่ใช่ใหม่ขัดฟันหลังแปรงฟันก็อาจจะทำให้เกิดฟันผุฟันเป็นรูลึกหรือเศษอาหารตกค้างสะสมตามซอกฟันได้ ยังทำให้ฟันสึกกลอนผิวอ่อนแอจากการที่ผิวพรรณสัมผัสจากอาหารเป็นระยะเวลายาวนาน นอกจากนี้ยังเหงือกอักเสบมีคาบหินปูนฝังแน่นบนผิวเคลือบฟัน และยังมีปัญหารากฟัน ฆ่าแบคทีเรียได้เห็นปูนฝั่งลึกทำร้ายเหงือกและฟัน


ท้ายที่สุดปัญหากลิ่นปากเนื่องจากทำความสะอาดฟันไม่พูดถึง จะทำให้เราเห็นได้ว่าไหมขัดฟัน สามารถช่วยทำให้ฟันสะอาดมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ก็เป็นตัวช่วยได้ดีอย่างหนึ่งสำหรับสุขภาพช่องปาก ผู้ปกครองที่สอนเด็กเล็กให้ใช้เป็นตั้งแต่เด็ก ก็จะลดโอกาสเสี่ยงฟันผุได้มากกว่าเด็กทั่วไปและทำให้มีสุขภาพช่องปากที่ดีได้อีกด้วย ทางคลินิคยินดีให้คำปรึกษาเรื่องการทำความสะอาดช่องปากสำหรับเด็ก โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่รอให้คำปรึกษากับคุณอยู่ เพื่อความเข้าใจและการดูแลที่ถูกต้อง

7
EF Line ครบสูตรจัดฟันเด็กเล็ก ปรับโครงหน้า แก้พฤติกรรมผิดปกติ

ในปัจจุบัน นวัตกรรมทางทันตกรรมในประเทศไทยและทั่วโลก ถูกปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นเรื่อย ๆอย่างรวมเร็วแบบก้าวกระโดดจนน่าตกใจ อีกทั้งยังค่อยๆลบล้างความเชื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันของคนจำนวนมากที่เข้าใจผิดให้กลับสู่แนวคิดที่ถูกต้องอย่างเหมาะสม โดยใช้เหตุผลและการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งความเชื่อหนึ่งที่หลายๆท่านนั้นเข้าใจผิดมาโดยตลอด และส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจผิดอยู่ นั่นก็คือ เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ควรจัดฟัน ซึ่งอาจจะมีหลายๆเหตุผลที่ทำให้เกิดแนวความคิดแบบนี้ แต่ในปัจจุบันนั้นทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้ทำการศึกษาวิจัยและพบว่า การจัดฟันในเด็กสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ โดยอุปกรณ์ทางทันตกรรมสุดล้ำสมัย EF Line

ซึ่งในวันนี้จะขอพาท่านผู้อ่านมาทำความรู้จักกับ EF Line อย่างละเอียดเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนะคติของท่านผู้อ่านเรื่องการจัดฟันเด็ก รวมถึงประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้า พฤติกรรมที่ส่งผลเสียเกี่ยวกับฟัน รวมถึงแก้อาการนอนกรน ซึ่ง EF Line สามาช่วยช่วยได้แบบครบเครื่องจนน่าตกใจ โดยรายละเอียดต่าง ๆมีดังต่อไปนี้


EF Line คืออะไร ?

    EF Line เป็นชุดเครื่องมือทางทันตกรรม ที่สามารถใช้แก้ปัญหากล้ามเนื้อที่มีการทำงานผิดปกติ ช่วยปรับตำแหน่งของลิ้น รวมถึงจัดการฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติ ซึ่งถือว่า EF Line นั้นเป็นเครื่องมีที่มีความหลากหลายในการแก้ปัญหาที่ครบสูตรที่สุดในปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่แล้วตามหลักการ EF Line จะสามารถใช้ได้ดีกับช่วงอายุประมาณ 4 ปี – 15 ปี โดยยิ่งใช้เร็วเท่าไหร่การรักษาก็จะง่ายขึ้นไปด้วยตามลำดับ


EF Line ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ?

    หลายๆท่านอ่านมาถึงจุดนี้แล้ว เกิดความสงสัยว่า EF Line ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง เพราะที่กล่าวมาเยอะจนน่าประหลาดใจ แต่ขอบอกเลยว่า EF Line เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่คุ้มค่ามาก ๆ ซึ่งจะขอกล่าวถึงการแก้ปัญหาต่าง ๆของอุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line ให้เข้าใจกันมากขึ้นว่ามีอะไรบ้าง ดังต่อไปนี้


1.  ฟันล่างสบคร่อมฟันบน

    มีลักษณะฟังล่างหน้าสบคร่อมฟันบนหน้า อาจจะเป็นแค่ซี่เดียวหรือหลายซี่ก็ได้ ซึ่งถ้าหากว่าไม่รีบทำการรักษาจะทำให้ขากรรไกรเจริญเติบโตผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้เด็กเล็กอาจจะมีใบหน้าเว้าได้ในอนาคต


2. ฟันสบลึก

    จะมีลักษณะฟันหน้าบนสบคร่อมฟันหน้าล่างมากเกินกว่าปกติ ถ้าหากไม่รีบทำการรักษาอาจส่งผลให้ขากรรไกรล่างเจริญเติบโตน้อยผิดปกติ และส่งผลให้มักเกิดอาการบาดเจ็บที่เหงือกเพดานปากด้านในฟันหน้าบน


3. ฟันสบเปิด

    จะมีลักษณะฟันหน้าบนและล่างมีความห่างในขณะที่สบกัน หากไม่รีบรักษาอาจส่งผลถึงการพูดที่ไม่ชัดเจนรวมถึงการกัดอาหารด้วยฟันหน้าอาจจะไม่ขาด


4. นิสัยดูดนิ้ว

    การดูดนิ้วในเด็กอาจเป็นเรื่องธรรมชาติที่เด็กๆจะทำเมื่อรู้สึกเครียดให้เกิดการผ่อนคลาย แต่พฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลให้เด็กมีอาการฟันหน้าสบเปิด หรือมีอาการฟันหน้ายื่นได้ หากว่าไม่รีบทำการรักษา


5. การกัดหรือดูดริมฝีปาก

    พฤติกรรมการกัดปากหรือดูดริมฝีปากหลายคนอาจมองว่าไม่เห็นเป็นอะไรดูธรรมดา แต่แท้ที่จริงแล้วพฤติกรรมแบบนี้จะทำให้เกิดความผิดปกติในช่องปากได้ เช่น ฟันหน้ายื่น ฟันซ้อนเก รวมถึงกล้ามเนื้อคางจะมีอาการเกร็งผิดปกติ


6. การหายใจทางปาก

    ส่วนใหญ่เด็กที่มีการหายใจทางปากมักจะพบในบุคคลที่มีบางอย่างมารบกวนกระบวนการหายใจตามปกติ เช่น ภูมิแพ้ ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นต้น หากปล่อยทิ้งไว้ผลเสียที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ขากรรไกรแคบกว่าปกติ สบฟันหน้าเปิด


7. คางเบี้ยว

    มีอาการขากรรไกรล่างแบนไปจากแนวกลางใบหน้า เนื่องจากมีตำแหน่งฟันที่ผิดปกติ หรือการสูญเสียฟันน้ำนมก่อนเวลาอันควร ส่งผลให้กระดูกเบ้าฟันส่วนนั้นเจริญเติบโตน้อยกว่าปกติที่ควรจะเป็น รวมถึงฟันรอบข้างมีอาการบีบแคบลง

อาการที่กล่าวมาเหล่านี้เป็นความผิดปกติที่สามารถแก้ไขได้ในวัยเด็กเล็กด้วยอุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line ซึ่งหากท่านรอให้บุตรหลานของท่าน อยู่ในวัยสิ้นสุดการเจริญเติบโตแล้ว จะทำให้การรักษานั้นอาจจะใช้เวลาที่นานหลายขั้นตอน หากพบว่าบุตรหลานของท่านมีอาหารผิดปกติดังที่กล่าวมา ควรรีบพบทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน

8
การใช้ฉนวนใยหิน ฉนวนกันความร้อน ในการลดการสะสมของความร้อนในบ้าน

หลักการลดอุณหภูมิในบ้าน ลดการสะสมของความร้อนในบ้าน สู้หน้าร้อน ด้วยการติดตั้งฉนวนใยหิน

เพราะสภาพอากาศสุดร้อนระอุของประเทศไทยในตอนนี้ หลายบ้านคงกำลังมองหาวัสดุต่าง ๆ มาเป็นตัวช่วยคลายร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะแค่การเปิดแอร์เพียงอย่างเดียวคงไม่พอ แถมยังทำให้ค่าไฟพุ่งกระฉูดอีกต่างหาก การติดตั้งฉนวนใยหินเป็นอีกแนวทางแก้ปัญหาที่ได้ผล นอกจากจะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าไฟไม่ให้แอร์ทำงานหนัก และยังช่วยกันเสียงรบกวนได้ด้วย

สำหรับคนที่อยากรู้จักฉนวนใยหินมากขึ้น บทความนี้ยูเนี่ยน คอมแมท มีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับฉนวนใยหินมาแชร์ให้ทุกคนอ่านกัน ว่าทำไมตอนนี้ฉนวนใยหินจึงเป็นฉนวนกันความร้อนที่น่าจับตามอง และน่าติดตั้งภายในบ้านของคุณ
ทำความรู้จักกับฉนวนใยหิน

ฉนวนใยหิน (Stonewool) ที่เรารู้จักกันเป็นฉนวนกันความร้อนที่ผลิตมาจากหินภูเขาไฟที่ผ่านการหลอมเหลวด้วยอุณหภูมิสูงถึง 1,300 องศาเซลเซียส ถูกนำมาปั่นให้เป็นเส้นใย จากนั้นจึงนำไปขึ้นรูปตามแบบที่ต้องการ ปัจจุบันนิยมนำมาใช้งานเป็นฉนวนกันความร้อน ฉนวนกันไฟ หรือฉนวนกันเสียงอย่างแพร่หลาย เพราะประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ทั้งยังฉนวนใยหินยังสามารถติดตั้งได้ง่าย และรวดเร็ว โดยวิธีการติดตั้งไม่ได้ซับซ้อน หรือต้องใช้เครื่องมือมาก

ฉนวนใยหิน VS แร่ใยหิน คืออันเดียวกันไหม?

แน่นอนว่าหากพูดถึงวัสดุที่จะนำมาติดตั้งภายในบ้านที่เราอาศัยอยู่ เราเองก็ต้องมองเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับต้น ๆ อยู่แล้ว เนื่องจากชื่อภาษาไทยที่ฟังดูคล้ายคลึงกัน หลายคนจึงมักเข้าใจผิดว่า ‘ฉนวนใยหิน’ ทำมาจากแร่ใยหิน (Asbestos) ซึ่งมีสารก่อมะเร็ง และเป็นอันตรายเมื่อได้สูดดมเข้าไป แต่ความจริงแล้ว ฉนวนใยหินผลิตมาจากหินภูเขาไฟ (Volcanic Rock) ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับแร่ใยหินแต่อย่างใด แม้สูดดมเข้าไปแล้วร่างกายก็สามารถขับออกมาได้เอง ที่สำคัญฉนวนใยหินยังได้ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะ และวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ว่าไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าการใช้งานฉนวนใยหินภายในบ้านมีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย และไม่ก่อให้เกิดมะเร็งอย่างแร่ใยหินอย่างแน่นอน

ทำไมควรใช้ฉนวนใยหินเพื่อลดความร้อนภายในบ้าน?

ถึงตรงนี้แล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่าฉนวนใยหินมีคุณสมบัติหรือจุดเด่นอะไร ทำไมจึงควรนำมาติดตั้งภายในบ้าน

    1. ฉนวนใยหินกันไฟได้:
    ฉนวนใยหินมีคุณสมบัติที่ไม่ลามไฟ สามารถกันไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยาวนานมากกว่า 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว ทนต่อความร้อนได้สูงสุด 1,000 องศาเซลเซียส เหมาะกับการนำมาใช้เพื่อป้องกันความร้อน และการเผาไหม้ โดยจะใช้ประกอบโครงสร้างของบ้านไปจนถึงใช้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ภายในบ้านก็ได้

    2. ฉนวนใยหินช่วยกันเสียง
    ฉนวนใยหินดูดซับเสียงได้ดี สามารถนำมาติดตั้งกับผนังเดิมภายในบ้านที่มีอยู่แล้วเพื่อลดเสียงจากภายนอก และเสียงก้องภายในได้ถึง 50% เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเงียบสงบภายในบ้านรวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีเสียงดัง ไม่ต้องการเสียงรบกวน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย

    3. ฉนวนใยหินกันความร้อน
    ฉนวนใยหินมีคุณสมบัติป้องกันความร้อนสูง และนำความร้อนต่ำ ช่วยลดความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิภายในบ้าน และปรับสภาพอุณหภูมิภายในบ้านให้เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย เมื่ออยู่ในบ้านก็จะรู้สึกเย็นสบายยิ่งขึ้น สามารถนำมาติดตั้งเป็นฉนวนกันความร้อนหลังคา หรือบริเวณฝ้าเพดาน เพื่อลดความร้อนภายในตัวบ้าน ที่สำคัญยังช่วยให้ประหยัดค่าไฟได้ เพราะจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง 70 %

    4. ฉนวนใยหินทนต่อสภาพแวดล้อม
    เนื่องจากผลิตมาจากวัสดุที่เป็นหินซึ่งมีคุณสมบัติแข็งแรงโดยธรรมชาติ ฉนวนใยหินจึงทนทานต่อสภาพแวดล้อมมาก ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้ความชื้น หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ฉนวนใยหินรองรับน้ำหนักได้ดี ยุบตัวได้ยาก มีประสิทธิภาพตลอดช่วงอายุการใช้งาน ไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ

    5. ฉนวนใยหินปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
    อย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นว่าฉนวนใยหินไม่ใช่แร่ใยหินจึงไม่มีสารก่อมะเร็งใด ๆ และไม่เกิดฝุ่นฟุ้งกระจาย นอกจากนั้นแล้วฉนวนใยหินยังมีอัตราการดูดซับน้ำที่ต่ำ โครงสร้างของฉนวนมีช่องว่าง ทำให้เมื่อเปียกน้ำก็จะระบายอากาศได้ แห้งไว ไม่ก่อให้เกิดเชื้อราที่อาจเป็นอันตรายกับผู้อยู่อาศัย ในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ ฉนวนใยหินก็จะไม่ก่อให้เกิดควันพิษด้วย

    6. ฉนวนใยหินเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    ฉนวนใยหินถูกผลิตมาจากหินภูเขาไฟที่เป็นวัสดุทดแทนและมีความยั่งยืน สามารถนำกลับมาใช้ใหม่และช่วยลดการใช้ทรัพยากร ในกระบวนการผลิตฉนวนใยหินจะไม่มีส่วนประกอบของก๊าซ CFCs, HCFCs, HFCs ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม หรือก่อให้เกิดการทำลายของชั้นโอโซนซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน

จะเห็นได้ว่าฉนวนใยหินมีคุณสมบัติเด่นมากมาย สำหรับคนที่เริ่มสนใจ และอยากรู้ว่าเราจะสามารถติดตั้งฉนวนใยหินไว้ในบริเวณไหนของบ้านได้บ้าง เราไปหาคำตอบ


ฉนวนใยหินติดตั้งตรงไหนของบ้านได้บ้าง?

ฉนวนใยหินสามารถขึ้นรูปได้หลายรูปทรง ไม่ว่าจะเป็น ฉนวนใยหินแบบแผ่น ฉนวนใยหินแบบท่อ ฉนวนใยหินแบบม้วน หรือฉนวนใยหินเสริมขดลวด เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม และนำมาประยุกต์ใช้งานได้กับหลายพื้นที่ แต่สำหรับบ้านที่อยู่อาศัย เรานิยมติดตั้งฉนวนใยหินไว้บริเวณโครงสร้างต่าง ๆ เช่น หลังคา ฝ้าเพดาน ผนัง พื้น รวมถึงใช้กับระบบต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น ระบบปรับอากาศ ระบบท่อระบายควัน และระบบทำความเย็น เป็นต้น

9
ลงประกาศฟรี / Doctor At Home: เเมงกะพรุนต่อย
« เมื่อ: วันที่ 31 มีนาคม 2025, 20:23:33 น. »
Doctor At Home: เเมงกะพรุนต่อย

แมงกะพรุนต่อย หมายถึง การบาดเจ็บที่เกิดจากการสัมผัสถูกแมงกะพรุนที่มีพิษ* โดยส่วนใหญ่เป็นการสัมผัสถูกหนวดพิษ (tentacle)

หนวดพิษแต่ละเส้นจะมีเข็มพิษกระจายอยู่จำนวนมาก เข็มพิษจะบรรจุอยู่ในกระเปาะพิษ (nematocyst) ซึ่งจะมีน้ำพิษบรรจุภายใน และมีท่อนำพิษขดอยู่ โดยมีเข็มพิษอยู่ที่ปลายท่อ เมื่อสัมผัสถูกผิวหนังของผู้บาดเจ็บ หรือเกิดแรงกระทบกระเทือน กระเปาะพิษก็จะถูกกระตุ้นให้ปล่อยพิษ โดยยิงเข็มพิษนำออกไปก่อนเพื่อปักลงไปในผิวหนัง หลังจากนั้นจึงดันเอาท่อนำพิษเข้าสู่ผิวหนังให้ลึกขึ้นอีก แล้วดันน้ำพิษเข้าไปสู่รางกายของผู้บาดเจ็บ ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ขึ้น

การถูกพิษแมงกะพรุน มักเกิดจากการการสัมผัสถูกแมงกะพรุนขณะลงเล่นน้ำ ว่ายน้ำ หรือดำน้ำในทะเล ส่วนน้อยที่อาจเกิดจากการใช้มือเปล่าจับ หรือเดินเท้าเปล่าไปเหยียบถูกหนวดของแมงกะพรุนที่นอนอยู่บนหาดทราย (กระเปาะพิษบนหนวดของแมงกะพรุนที่ตายแล้ว หรือหนวดที่หลุดออกยังสามารถปล่อยพิษกับผู้สัมผัสได้)

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสัมผัสถูกแมงกะพรุนแท้ (True jellyfish อันเป็นแมงกะพรุนไฟวงศ์ Pelagiidae) ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดและมีพิษน้อยกว่าชนิดอื่น ๆ จะมีเพียงอาการปวดแสบปวดร้อน หรือเป็นรอยแดงตามผิวหนัง ซึ่งมักจะหายได้เอง

ส่วนน้อยที่อาจถูกแมงกะพรุนที่มีพิษมาก บางรายอาจทำให้เกิดแผลเรื้อรัง และแผลเป็น

มีน้อยรายที่อาจสัมผัสถูกแมงกะพรุนกล่องที่มีพิษต่อหัวใจและระบบประสาท อาจทำให้เสียชีวิตได้**

ทั้งนี้ อาการรุนแรงมากน้อยขึ้นกับชนิดและขนาดของแมงกะพรุน ขนาดของพื้นผิวที่สัมผัส ระยะเวลาที่สัมผัสพิษ และปริมาณพิษที่ได้รับ

*ข้อมูล : สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง วันที่ 19 เมษายน 2564 จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลแมงกะพรุนพิษ ระหว่างปี พ.ศ. 2553-2564 โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบแมงกะพรุนพิษจำนวน 9 ชนิด ในน่านน้ำไทยทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งสามารถจำแนกตามลักษณะความเป็นพิษได้ 5 กลุ่ม เป็นแมงกะพรุนไฟ 2 กลุ่ม และแมงกะพรุนกล่อง (box jellyfish) 3 กลุ่ม ดังนี้

1. แมงกะพรุนไฟวงศ์ Pelagiidae (มีชื่อทั่วไปว่า แมงกะพรุนแท้/True jellyfish) พบจำนวน 2 ชนิด มีรูปร่างคล้ายร่มหรือกระดิ่งคว่ำ มีริ้วขอบร่ม มีลำตัวเป็นสีขาว สีแดงสด สีส้ม หรือหลากหลายสี มีหนวดที่ขอบร่ม (marginal tenacle) เป็นสายยาว และมีหนวดรอบปาก (oral arm) ห้อยย้อยลงมา ทำหน้าที่จับเหยื่อใส่ปาก พบได้ทั่วไปตลอดทั้งปี ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน

แมงกะพรุนชนิดนี้มีคนสัมผัสถูกบ่อยที่สุด และมีพิษน้อยกว่าชนิดอื่น ๆ มีพิษทำให้บริเวณที่สัมผัสมีอาการปวดแสบปวดร้อน ไม่มีอันตรายร้ายแรง

2. แมงกะพรุนไฟวงศ์ Physaliidae (มีชื่อทั่วไปว่า แมงกะพรุนหัวขวด/Blue bottle jellyfish, แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส/Portuguese man-of-war) พบจำนวน 1 ชนิด มีลำตัวสีฟ้าอมชมพู ม่วง น้ำเงินหรือเขียว ส่วนบนของลำตัวที่ลอยโผล่พ้นน้ำ มีลักษณะเรียวรี ยาว คล้ายหมวกทหารเรือรบของโปรตุเกสในยุคก่อน ที่ขอบด้านบนสุดมีลักษณะเป็นสันย่น มีกลุ่มหนวดยาวสีฟ้าหรือสีม่วงออกมาจากด้านล่างเป็นสายยาวหลายเส้นเป็นพวงห้อยลงในน้ำ

ที่พบในทะเลไทยเป็นชนิด Physalia utriculus (เนื่องจากพบในมหาสมุทรแปซิฟิกและอินเดีย จึงมีชื่อเรียกว่า "แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกสอินโด-แปซิฟิก/Indo-Pacific Portuguese man-of-war") พบในฝั่งอ่าวไทยช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน และฝั่งทะเลอันดามันช่วงเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน

แมงกะพรุนหัวขวดมีพิษร้ายแรงกว่าแมงกะพรุนทั่วไปข้างต้น พิษของแมงกะพรุนหัวขวดมีผลต่อระบบประสาท หัวใจ และผิวหนัง ทำให้บริเวณที่สัมผัสมีอาการปวดแสบปวดร้อน แน่นหน้าอก หายใจลำบาก

3. แมงกะพรุนกล่องวงศ์ Chirodropidae พบจำนวน 3 ชนิด มีรูปร่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมคล้ายลูกบาศก์ มีสีฟ้าอ่อนหรือไม่มีสี ลักษณะโปร่งใสจนแทบมองไม่เห็น แต่ละมุมของรูปสี่เหลี่ยมมีลักษณะคล้ายขายื่นออกมา และแต่ละขาจะมีหนวดพิษงอกออกมา ซึ่งมีลักษณะแตกแขนงหลายเส้น (ประมาณ 12-15 เส้น) มีความยาวถึง 3 เมตร พบได้เกือบทุกจังหวัดในพื้นที่อ่าวไทยฝั่งตะวันออก อ่าวไทยตอนกลาง และทะเลอันดามัน (โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดตราด ในช่วงลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และเกาะสมุย เกาะพะงัน ในช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้)

แมงกะพรุนชนิดนี้มีพิษร้ายแรงที่สุด คือมีพิษรุนแรงต่อระบบประสาท กล้ามเนื้อหัวใจ และการไหลเวียนของเลือดในปอด สามารถทำให้เสียชีวิตได้ แมงกะพรุนกล่องชนิดนี้ มีชื่อเรียกทั่วไปว่า "ต่อทะเล (sea wasp)"

4. แมงกะพรุนกล่องวงศ์ Carukiidae พบจำนวน 2 ชนิด มีรูปร่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมคล้ายลูกบาศก์แบบเดียวกับวงศ์ Chirodropidae แต่มีหนวดพิษที่ยื่นออกจากมุมของรูปสี่เหลี่ยมเพียงมุมละเส้นเดียว (ไม่มีแตกแขนง) พบในเกือบทุกพื้นที่ และพบได้เกือบตลอดทั้งปี (โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะสมุย-เกาะพะงัน และทะเลอันดามัน)

มีพิษทำให้บริเวณที่สัมผัสมีอาการปวดอย่างรุนแรง และอาจทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า "กลุ่มอาการอิรูคันจิ (Irukandji syndrome)" เป็นเหตุให้จมน้ำง่าย

5. แมงกะพรุนกล่องวงศ์ Chiropsalmidae พบจำนวน 1 ชนิด มีรูปร่างมีรูปร่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมคล้ายลูกบาศก์ และมีหนวดแตกแขนงหลายเส้นแบบเดียวกับวงศ์ Chirodropidae แต่มีจำนวนเส้นน้อยกว่าและสั้นกว่า พบได้ตลอดทั้งปี ในพื้นที่เกาะสมุย-เกาะพะงัน และทะเลอันดามัน

มีพิษทำให้บริเวณที่สัมผัสมีอาการปวดแสบปวดร้อนและเป็นผื่นแดง

**จากข้อมูลสถิติการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตจากแมงกะพรุนกล่อง ของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระหว่างปี พ.ศ. 2542-2564 พบผู้ป่วยเสียชีวิตจำนวน 10 ราย บาดเจ็บรุนแรงจำนวน 36 ราย ในพื้นที่หลายจังหวัดที่อยู่ตามฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน

อาการ

ส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสถูกแมงกะพรุนแท้ที่มีพิษน้อยกว่าชนิดอื่น ๆ เมื่อไปสัมผัสโดนหนวดจะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีอาการเจ็บปวดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที รู้สึกแสบร้อน คัน และเกิดผื่นแดงนูนเป็นรอยคล้ายโดนแส้ฟาด ขนาดกว้างประมาณ 2-3 มิลลิเมตร หลังผ่านไปประมาณ 30 นาทีอาการปวดมักทุเลาลง ส่วนผื่นแดงจะเริ่มยุบลงภายใน 1 ชั่วโมง และใช้เวลานานหลายวันกว่ารอยผื่นจะหายไปจนหมด

ส่วนน้อยที่อาจเกิดจากการสัมผัสแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงขึ้น นอกจากผิวหนังที่โดนหนวดแมงกะพรุนมีอาการเจ็บปวดรุนแรง แสบร้อน ชา คัน รอยผื่นแดงนูนเป็นรอยเส้นคล้ายโดนแส้ฟาด (สำหรับผู้ที่ถูกพิษแมงกะพรุนกล่องวงศ์ Chirodropidae ซึ่งมีหนวดพิษจำนวนมาก จะทำให้เกิดรอยเส้นคล้ายโดนแส้ฟาดจำนวนมากขดวนไปมา) ถ้ารับพิษมากผิวหนังบริเวณนั้นอาจเป็นรอยไหม้ สีเขียวคล้ำ เป็นตุ่มน้ำพอง หรือเนื้อเยื่อผิวหนังตายได้

นอกจากนี้ถ้ารับพิษรุนแรง อาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ดังนี้

    ถ้าโดนพิษแมงกะพรุนหัวขวด (แมงกะพรุนไฟวงศ์ Physaliidae) ที่รุนแรง อาจมีอาการคลื่นไส้แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบากร่วมด้วย
    ถ้าโดนพิษแมงกะพรุนกล่องวงศ์ Carukiidae ที่รุนแรง อาจทำให้เกิดกลุ่มอาการอิรูคันจิ (Irukandji syndrome) ซึ่งมักเกิดอาการหลังโดนพิษ 5 นาทีถึง 2 ชั่วโมง (ส่วนใหญ่ประมาณ 30 นาที) คือ มีอาการปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดท้อง ปวดข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเกร็ง เป็นตะคริว คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก ไอ หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง มักไม่ทำให้เสียชีวิตจากพิษโดยตรง แต่อาการที่เกิดขึ้นอาจเป็นเหตุให้ผู้บาดเจ็บจมน้ำง่ายและเป็นอันตรายได้
    ถ้าโดนพิษแมงกะพรุนกล่องวงศ์ Chirodropidae (ต่อทะเล) ที่รุนแรง อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้น หายใจลำบากหรือหยุดหายใจ หมดสติ เสียชีวิตได้ภายใน 2-10 นาที

ภาวะแทรกซ้อน

มักเกิดกับผู้ป่วยที่โดนแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมงกะพรุนกล่อง

    ภาวะที่ร้ายแรง คือ ทำให้หัวใจหยุดเต้น หยุดหายใจ หมดสติ เสียชีวิตฉับพลันภายในไม่กี่นาที หรืออาจทำให้ว่ายน้ำไม่ไหวจนทำให้จมน้ำได้ บางรายอาจเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน (มีอาการสับสน ง่วงซึม เท้าบวม ปัสสาวะออกน้อยหรือไม่ออก) ภาวะกล้ามเนื้อสลาย (rhabdomyolysis มีอาการปวดกล้ามเนื้อ อ่อนแรง ปัสสาวะสีดำหรือสีโคล่า)
    ในรายที่เป็นกลุ่มอาการอิรูคันจิ อาจเกิดภาวะปอดบวมน้ำ (pulmonary edema) ทำให้มีอาการหายใจลำบาก และในรายที่มีภาวะความดันโลหิตสูงมาก อาจทำให้หลอดเลือดสมองแตกหรือหัวใจวายได้
    อาจมีอาการแพ้พิษแมงกะพรุนแบบเฉียบพลัน (ซึ่งเกิดขึ้นหลังโดนพิษทันที) หรือแบบชะลอ (delayed hypersensitivity reaction) หลังโดนพิษ 1-2 สัปดาห์ไปแล้ว โดยมีอาการลมพิษ ผื่นแดง ตุ่มคัน หรือตุ่มน้ำพองเป็นส่วนใหญ่ บางรายอาจมีอาการหายใจลำบากหรือหายใจมีเสียงดังวี้ดจากภาวะหลอดลมตีบ บางรายอาจมีอาการแพ้รุนแรงจากปฏิกิริยาอะนาไฟแล็กซิส (anaphylaxis) ถึงขั้นเกิดภาวะช็อกจากการแพ้ ซึ่งเป็นอันตรายได้
    ผิวหนังที่โดนพิษแมงกระพรุนอาจจะเป็นรอยไหม้ แผลเรื้อรัง แผลติดเชื้อ และอาจจะเป็นแผลเป็น หรือแผลปูด (คีลอยด์) ขนาดใหญ่ได้

ในรายที่รับพิษรุนแรง อาจทำให้ปลายมือหรือปลายเท้าเป็นเนื้อเน่าตาย (digital gangrene) เนื่องจากการขาดเลือดไปเลี้ยง

    ถ้าสัมผัสถูกตา อาจทำให้มีอาการปวดตา ตาแดง หนังตาบวม แผลกระจกตา และอาจทำให้สายตาพิการได้

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากประวัติ (เกิดอาการขณะเล่นน้ำทะเล) ข้อมูลพื้นที่ (พบแมงกะพรุนชนิดใดในฝั่งทะเลที่เกิดเหตุ) อาการ และการตรวจร่างกายเป็นหลัก ซึ่งมีสิ่งตรวจพบที่สำคัญ

มักตรวจพบรอยผื่นแดงนูนเป็นรอยเส้นคล้ายโดนแส้ฟาด ขนาดกว้างประมาณ 2-3 มิลลิเมตร สำหรับผู้ที่ถูกพิษแมงกะพรุนกล่องวงศ์ Chirodropidae ซึ่งมีหนวดพิษจำนวนมาก จะทำให้เกิดรอยเส้นคล้ายโดนแส้ฟาดจำนวนมากขดวนไปมา

อาจพบผิวหนังมีรอยไหม้ สีเขียวคล้ำ เป็นตุ่มน้ำพอง (แบบแผลไฟไฟหม้น้ำร้อนลวก) หรือเนื้อเยื่อผิวหนังตายได้

ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อน อาจตรวจพบสิ่งผิดปกติ เช่น อาการหมดสติ ชีพจรเต้นผิดจังหวะ เต้นเร็ว หรือหยุดเต้น ความดันโลหิตสูง หายใจลำบากหรือหยุดหายใจ ภาวะช็อก (หน้าซีด ตัวเย็น ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเบาและเร็ว) แขนขาบวม ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ ใช้เครื่องฟังตรวจปอดอาจมีเสียงวี้ด (wheezing) ในรายที่มีภาวะหลอดลมตีบ หรือเสียงกรอบแกรบ (crepitation) ในรายที่มีภาวะปอดบวมน้ำ เป็นต้น

ในรายที่มีอาการหรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แพทย์จะทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด ปัสสาวะ เอกซเรย์ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นต้น

บางรายแพทย์อาจตรวจยืนยันชนิดของแมงกะพรุนที่เป็นต้นเหตุ โดยนำกระเปาะพิษที่หนวดไปตรวจพิสูจน์

การรักษาโดยแพทย์

1. ถ้าพบผู้ป่วยที่ยังไม่ได้ให้การปฐมพยาบาล ก็จะทำการปฐมพยาบาล และตัดเอาเสื้อผ้าที่อาจมีเข็มพิษที่ติดอยู่ทิ้งในถังขยะ เพื่อลดการรับพิษเพิ่ม

2. ถ้าผู้ป่วยหมดสติ ไม่หายใจ หรือไม่มีชีพจร ก็จะทำการฟื้นคืนชีพ (CPR) ทันที หรือถ้ามีภาวะช็อกจากการแพ้ (anaphylactic shock) แพทย์จะฉีดอะดรีนาลิน ยาแก้แพ้ และไฮโดรคอร์ติโซน แล้วรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล

3. ถ้ามีอาการเพียงเล็กน้อย คือมีเพียงอาการเจ็บปวด แสบร้อน คัน ผื่นแดง หรือตุ่มน้ำพองเล็กน้อย ก็จะทำแผลแบบแผลสดหรือแผลน้ำร้อนลวก (โดยไม่ปิดทับแผลด้วยพลาสเตอร์โดยตรง หรือปิดหรือพันแผลจนแน่น) และให้การรักษาตามอาการ ดังนี้

    ให้ยาพาราเซตามอล หรือยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (เช่น ไอบูโพรเฟน)
    ถ้าปวดมากให้ใช้ยาชา (เช่น ลิโดเคน) ชนิดเจลทา หรือชนิดสเปรย์พ่น หากไม่ได้ผลอาจต้องฉีดมอร์ฟีนระงับปวด
    ให้กินยาแก้แพ้-คลอร์เฟนิรามีน ถ้ามีรานิทิดีน (ranitidine) ก็ให้ยานี้ร่วมด้วย ซึ่งจะช่วยเสริมฤทธิ์คลอร์เฟนิรามีน
    ฉีดยาป้องกันบาดทะยัก (Tetanus toxoid) ตามข้อบ่งขี้
    ถ้าสงสัยแผลมีการติดเชื้อ ให้ยาปฏิชีวนะ เช่น โคอะม็อกซิคลาฟ สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเป็นโรคตับ ให้ยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อกลุ่ม Vibrio spp. เช่น ดอกซีไซคลีน หรือ กลุ่มฟลูออโรควิโนโลน (เช่น นอร์ฟล็อกซาซิน, ไซโพรฟล็อกซาซิน)
    สังเกตอาการประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าแผลขนาดเล็กน้อย มีอาการปวดไม่รุนแรง สัญญาณชีพเป็นปกติ ไม่มีอาการผิดปกติของระบบต่าง ๆ ก็จะให้คำแนะนำในการดูแลตนเอง ให้ผู้ป่วยกลับบ้านและนัดมาติดตามดูอาการ

4. ถ้าสัมผัสถูกตา ให้ล้างตาด้วยด้วยน้ำเกลือนอร์มัล นาน 15-30 นาที และควรปรึกษาจักษุแพทย์ ถ้ามีอาการปวดตา ตามัว ตาแดง ตาไม่สู้แสง หรือสงสัยเกิดแผลกระจกตา

5. ถ้ามีอาการปวดรุนแรง แผลมีลักษณะรุนแรงหรือครอบคลุมพื้นที่ผิวมาก หรือมีอาการผิดปกติของระบบต่าง ๆ (เช่น หายใจลำบาก หายใจเร็ว ชีพจรเต้นผิดจังหวะหรือเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง เจ็บหรือแน่นหน้าอก ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเกร็ง เป็นตะคริว เท้าบวม ปัสสาวะออกน้อย หรือเป็นสีดำหรือสีโคล่า เป็นต้น) แพทย์จะรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล

6. ในกรณีรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล แพทย์จะให้การรักษาดังนี้

(1) ในรายที่มีอาการไม่รู้สึกตัว หรือหายใจลำบาก แพทย์จะใส่ท่อช่วยหายใจ ใช้เครื่องช่วยหาย ให้ออกซิเจน ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ

(2) ประเมินความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อน ด้วยการตรวจร่างกายและทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม (เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ) และให้การแก้ไข อาทิ

    ถ้ามีอาการปวดรุนแรงให้ยามอร์ฟีน และยากล่อมประสาทกลุ่มเบนโซไดอะซีพีนส์ (เช่น ไดอะซีแพม)
    ให้ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต เช่น ฉีดยา nitroglycerine, nicardipine หรือ magnesium sulfate ทางหลอดเลือดดำ
    รักษาภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ภาวะช็อก ปอดบวมน้ำ ไตวายเฉียบพลัน ภาวะกล้ามเนื้อสลาย ภาวะเนื้อเน่าตายของปลายมือหรือปลายเท้า เป็นต้น

ผลการรักษา ผู้ป่วยส่วนใหญ่โดนแมงกะพรุนไฟแท้ ซึ่งมีพิษน้อยและมีอาการเพียงเล็กน้อย การปฐมพยาบาลและการรักษาตามอาการ อาการมักจะทุเลาภายในไม่กี่ชั่วโมง ส่วนรอยผื่นอาจใช้เวลานานเป็นสัปดาห์ ๆ กว่าจะหายเป็นปกติ

สำหรับผู้ที่โดนพิษร้ายแรงและมีอาการรุนแรง หากได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีก็มักจะหายและปลอดภัยได้เป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นบางรายที่มีแผลติดเชื้อหรือเรื้อรัง ก็อาจเกิดแผลปูดขนาดใหญ่ (คีลอยด์) ตามมาได้ มีเพียงส่วนน้อย (ที่โดนพิษแมงกะพรุนกล่อง) จะเสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่นาที

การดูแลตนเอง

1. เมื่อโดนแมงกะพรุน ให้รีบขึ้นจากน้ำ และทำการปฐมพยาบาลทันที

2. ถ้ามีอาการหมดสติ หัวใจหยุดเต้น ไม่หายใจ ให้รีบทำการฟื้นคืนชีพ (CPR) และส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทันที

3. ถ้ามีอาการปวดรุนแรง, มีตุ่มน้ำพอง (แบบน้ำร้อนลวก) หรือติดเชื้ออักเสบ, โดนพิษมากกว่าครึ่งแขน ครึ่งขา หรือเป็นบริเวณกว้างตามใบหน้าหรือลำตัว, โดนพิษที่บริเวณตาหรืออวัยวะเพศ, มีอาการผิดปกติ (เช่น ปวดศีรษะมาก เหงื่อออกมาก หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ชีพจรเต้นผิดปกติหรือเต้นเร็ว สับสน กระสับกระส่าย วิงเวียน หน้ามืดจะเป็นลม ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ เป็นตะคริว แขนขาบวม ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ ปัสสาวะสีดำหรือสีโคล่า เป็นต้น), หรือสงสัยโดนพิษแมงกะพรุนกล่อง ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว

4. สำหรับผู้ที่มีเพียงอาการเจ็บปวดและมีผื่นแดงไม่มาก และไม่มีอาการรุนแรง (ดังข้อ 2 และ 3) หากไม่แน่ใจว่าโดนแมงกะพรุนชนิดใด ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการ และให้การรักษาเบื้องต้น หากสังเกตอาการแล้วพบว่าไม่มีความรุนแรง แพทย์ก็จะให้ผู้ป่วยกลับบ้าน

5. เมื่อแพทย์ให้การรักษา แล้วให้กลับมาอยู่บ้าน ก็ควรดูแลตนเองดังนี้

    รักษา กินยา ปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ และไปติดตามดูอาการกับแพทย์ตามนัด
    ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด หากพบว่ามีอาการผิดปกติที่สงสัยว่าเป็นภาวะที่รุนแรง (ดังข้อ 3), มีอาการแพ้พิษ (เช่น ลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มน้ำพอง หายใจลำบากหรือมีเสียงดังวี้ด ๆ หน้ามืด เป็นลม) ซึ่งอาจเกิดหลังโดนพิษ 1-2 สัปดาห์ไปแล้ว, หรือมีอาการที่ทำให้รู้สึกวิตกกังวล

การป้องกัน

    หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำในช่วงฤดูฝน หรือหลังจากมีพายุฝน เพราะจะมีแมงกะพรุนชุกชุม

    ควรสังเกตป้ายคำเตือน หรือสอบถามจากยามชายฝั่งหรือคนในพื้นที่ให้แน่ชัดว่าบริเวณใดมี

    แมงกะพรุนชุกชุม ที่ควรหลีกเลี่ยงไม่ลงเล่นน้ำ หรือควรเล่นน้ำในที่ที่มีตาข่ายกันแมงกะพรุน

    ขณะลงเล่นน้ำหรือดำน้ำในทะเล ควรป้องกันการสัมผัสถูกพิษแมงกะพรุนด้วยการใส่เสื้อผ้า และรองเท้า (เช่น ชุดดำน้ำ เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่เป็นผ้าที่มีเนื้อแน่นแนบลำตัว) ให้ปกปิดได้ทั่วร่างกาย

    เวลาลงเล่นน้ำในทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะฝนตก ลมแรง อาจพัดพาแมงกะพรุนเข้าชายฝั่ง ควรระมัดระวังอันตรายจากแมงกะพรุน ถ้าเห็นแมงกะพรุนอยู่ใกล้ ควรเลิกเล่นน้ำ

    เวลาเดินบนชายหาด ควรใส่รองเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้โดนพิษหากไปเหยียบถูกแมงกะพรุน และอย่าใช้มือเปล่าจับแมงกะพรุนที่ถูกน้ำพัดขึ้นมาบนชายหาด อาจแพ้พิษได้เช่นกัน

ข้อแนะนำ

1. ปัจจุบันพบว่าในทะเลไทยมีแมงกะพรุนชนิดร้ายแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแบบฉุกเฉิน แม้ว่าจะมีโอกาสพบได้น้อย แต่ก็ควรระมัดระวังไม่ให้ได้รับอันตรายจนเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

2. การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องทันทีมีส่วนช่วยลดอันตรายจากพิษแมงกะพรุนชนิดร้ายแรงได้ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง และเตรียมยาและอุปกรณ์ (เช่น น้ำส้มสายชู น้ำเกลือนอร์มัล น้ำอุ่นจัด ๆ ยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ แหนบที่ใช้คีบหนวดแมงกะพรุน) ไว้ที่ชายหาดให้พร้อมที่จะให้การปฐมพยาบาลทันทีเมื่อถูกแมงกะพรุนไฟ

การปฐมพยาบาลแมงกะพรุนต่อย

    รีบขึ้นจากน้ำมาบนฝั่ง พยายามนั่งนิ่ง ๆ และเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด และระวังอย่าให้ผู้อื่นสัมผัสหรือขัดถู บริเวณที่สัมผัสหนวดพิษ เพราะการเคลื่อนไหวและการสัมผัสจะกระตุ้นให้กระเปาะพิษปล่อยพิษมากขึ้น
    รีบใช้น้ำส้มสายชูที่ใช้ในครัวเรือน (ความเข้มข้น 4-6%) เทราดบริเวณผิวหนังที่ถูกพิษทันทีอย่างต่อเนื่องนานอย่างน้อย 30 วินาที ซึ่งจะช่วยหยุดยั้งไม่ให้กระเปาะพิษปล่อยพิษออกมา* (ยกเว้นกรณีโดนพิษที่ตา ให้ล้างตาด้วยน้ำเกลือนอร์มัล/normal saline นาน 15-30 นาที)

หลังราดเสร็จ อย่าใช้ผ้า กระดาษ หรือวัสดุอื่นใดเช็ดหรือซับให้แห้ง เพราะอาจทำให้พิษถูกปล่อยออกมามากขึ้น ห้ามใช้น้ำจืด (เช่น น้ำก๊อก น้ำดื่ม น้ำเปล่า น้ำเย็น น้ำฝน) และแอลกอฮอล์ราด เพราะอาจกระตุ้นให้กระเปาะพิษปล่อยพิษออกมามากขึ้น

    รีบเอาหนวดพิษที่ติดอยู่บนผิวหนังออก โดยใช้แหนบคีบออก หรือใช้ขอบบัตรเครดิตเขี่ยออก ระวังอย่าถูหรือบี้หนวดพิษกับผิวหนัง (เพราะอาจทำให้พิษกระจายตัว) และอย่าใช้มือเปล่าจับหยิบหนวดพิษ เพราะทำให้ถูกพิษได้
    จุ่มหรืออาบส่วนที่ถูกพิษในน้ำอุ่นจัด ๆ (ขนาดร้อนพอทน หรือประมาณ 40-45 องศาเซลเซียส) อย่างน้อย 40 นาที ซึ่งจะช่วยบรรเทาปวดและลดพิษแมงกะพรุนได้*
    ถ้าปวดมาก กินพาราเซตามอล (หรือไอบูโพรเฟน ตามที่แพทย์แนะนำ)
    ถ้ามีอาการคัน กินยาแก้แพ้-คลอร์เฟนิรามีน
    ควรไปปรึกษาแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีอาการปวดรุนแรง, มีตุ่มน้ำพอง (แบบน้ำร้อนลวก), โดนพิษมากกว่าครึ่งแขน ครึ่งขา หรือเป็นบริเวณกว้างตามใบหน้าหรือลำตัว, โดนพิษที่บริเวณตาหรืออวัยวะเพศ, มีอาการผิดปกติ (เช่น ปวดศีรษะมาก เหงื่อออกมาก หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ชีพจรเต้นผิดปกติหรือเต้นเร็ว สับสน กระสับกระส่าย วิงเวียน หน้ามืดจะเป็นลม ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ เป็นตะคริว แขนขาบวม ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ ปัสสาวะสีดำหรือสีโคล่า เป็นต้น), หรือสงสัยโดนพิษแมงกะพรุนกล่อง
    ถ้าผู้บาดเจ็บมีอาการหมดสติ หยุดหายใจ หรือหัวใจหยุดเต้น (จับชีพจรไม่ได้) ให้รีบทำการฟื้นคืนชีพ (CPR) ซึ่งควรทำก่อนใช้น้ำส้มสายชูราด และนำส่งโรงพยาบาลทันที

10
ลงประกาศฟรี / คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีคอนโด พนา (Dcondo Panaa)
« เมื่อ: วันที่ 31 มีนาคม 2025, 18:39:41 น. »
คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีคอนโด พนา (Dcondo Panaa)
เริ่มต้น 1.79 ลบ. - 3.99 ลบ.

ดีคอนโด พนา (Dcondo Panaa)
คอนโดใหม่ ใกล้ MRT บางขุนนนท์ พร้อมพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ พบการพักผ่อนรูปแบบใหม่ในสไตล์รีสอร์ท ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น เพื่อเติมความสุข ไปกับสิ่งที่ชอบได้ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันครบตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และส่วนกลางให้ผ่อนคลายได้อย่างอิสระ สะดวกสบายทุกการเดินทาง

 รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ          ดีคอนโด พนา (Dcondo Panaa)
 เจ้าของโครงการ     แสนสิริ
 แบรนด์ย่อย          ดีคอนโด
 ราคา                 เริ่มต้น 1.79 ลบ. - 3.99 ลบ.

 ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.    โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ลักษณะทำเล           คอนโดใกล้ขนส่งสาธารณะ
 ความสูงคอนโด         Low Rise (ไม่เกิน 8 ชั้น)
 ลักษณะกรรมสิทธิ์     โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ประเภทห้องที่มี       1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน
 ขนาดห้องที่มี         ตั้งแต่ 26.00 ถึง 54.00 ตร.ม.
 เนื้อที่ทั้งหมด         4 ไร่
 จำนวนตึก            2 อาคาร
 จำนวนชั้น            8 ชั้น
 จำนวนห้อง          541 ยูนิต
 ที่จอดรถทั้งหมด    โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ค่าบำรุงส่วนกลาง  โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค         สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Co-Working Space

 สถานที่ใกล้เคียง
โซน       บางกอกน้อย
 ที่ตั้ง     188 ถนน เลียบทางรถไฟตลิ่งชัน แขวง บางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700

 ขนส่งสาธารณะ
รถไฟฟ้า:              ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, สถานี(ท่าพระ - บางซื่อ)(บางขุนนนท์)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
เดอะเซอเคิล ราชพฤกษ์
โลตัส ปิ่นเกล้า
แม็คโคร จรัญสนิทวงศ์
เมเจอร์ ปิ่นเกล้า
ฟู้ดวิลล่า ราชพฤกษ์
มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ)
โรงเรียนเพลินพัฒนา
โรงเรียนอนุบาลนานาชาติเคนซิงตัน
โรงพยาบาลธนบุรี
โรงพยาบาลเจ้าพระยา
โรงพยาบาลตา หู คอ จมูก

11
วัดแม่ทรายเข้าร่วมพิธีตักบาตรตอนเช้าเชิญชวนใส่ชุดขาวชาย ฝึกปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิเข้าใจแก่นแท้ของธรรมะ

วัดแม่ทราย จังหวัดแพร่มีอายุประมาณ 200 ปี สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 วัดนี้เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนาที่สวยงามและมีการตกแต่งด้วยภาพวาดฝาผนังที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ของวัด วัดแม่สายมีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ย้อนไปได้ถึงหลายศตวรรษใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดแม่ทรายมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรม

ภายในวัดมีการแกะสลักไม้ที่ประณีต ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม และบรรยากาศอันเงียบสงบที่ชวนให้ใคร่ครวญ เมื่อคุณเดินผ่านบริเวณวัด คุณจะสัมผัสได้ถึงน้ำหนักของประวัติศาสตร์และความทุ่มเทของพระสงฆ์จำนวนนับไม่ถ้วนที่ฝึกฝนและรักษาคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้ที่นี่ วัดแม่ทราย จังหวัดแพร่ เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในตำบลแม่ทราย อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ วัดนี้เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดแพร่

การปฏิบัติธรรม
ที่วัดแม่ทราย ผู้ปฏิบัติธรรมและผู้มาเยี่ยมชมสามารถเข้าร่วมกิจกรรมธรรมะต่างๆ ได้ มีการนั่งสมาธิทุกวันเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เชื่อมต่อกับตัวตนภายในและฝึกสติ พระสงฆ์ที่นี่ยินดีต้อนรับและมักจะแสดงคำสอนเกี่ยวกับหลักธรรมของพุทธศาสนา ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจแก่นแท้ของธรรมะและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ไฮไลท์อย่างหนึ่งของการไปเยี่ยมชมวัดแม่สายคือการเข้าร่วมพิธีตักบาตรตอนเช้า พิธีอันสวยงามนี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนพระภิกษุเท่านั้น แต่ยังช่วยปลูกฝังความรู้สึกเป็นชุมชนและความมีน้ำใจอีกด้วย ถือเป็นโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่มีความหมายพร้อมทั้งได้บุญอีกด้วย

ธรรมชาติและสมาธิ
วัดวัดแม่ทราย ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามของจังหวัดแพร่ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการทำสมาธิ เสียงนกร้องและเสียงใบไม้ไหวเบาๆ สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบเหมาะแก่การทำสมาธิ ผู้มาเยี่ยมชมจำนวนมากพบว่าการฝึกปฏิบัติธรรมในสถานที่ดังกล่าวช่วยให้การทำสมาธิมีความลึกซึ้งยิ่งขึ้นและช่วยให้การเดินทางทางจิตวิญญาณของพวกเขาดีขึ้น

ชุมชนและเทศกาล
วัดแม่ทรายยังเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนท้องถิ่นที่กระตือรือร้น โดยจัดงานเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งปี งานเหล่านี้ไม่เพียงแต่เฉลิมฉลองประเพณีทางพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมความสามัคคีและมิตรภาพระหว่างสมาชิกในชุมชนอีกด้วย การเข้าร่วมงานเทศกาลเหล่านี้ทำให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสกับวัฒนธรรมไทยโดยตรงในขณะที่เชื่อมโยงกับคนในท้องถิ่น

การไปเยี่ยมชมวัดแม่ทราย ในจังหวัดแพร่เป็นโอกาสพิเศษในการปฏิบัติธรรมในบรรยากาศที่เงียบสงบและสวยงาม ไม่ว่าคุณจะแสวงหาการเติบโตทางจิตวิญญาณ การพักผ่อนอย่างสงบสุข หรือความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา วัดแห่งนี้ก็พร้อมมอบสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรสำหรับทุกคน คว้าโอกาสที่จะดื่มด่ำกับคำสอนของพระพุทธเจ้าและค้นพบพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของธรรมะที่วัดแม่ทราย

12
ลงประกาศฟรี / งานมอเตอร์โชว์: ฉางอาน CHANGAN-Lumin L-ปี 2024
« เมื่อ: วันที่ 31 มีนาคม 2025, 12:11:20 น. »
งานมอเตอร์โชว์: ฉางอาน CHANGAN-Lumin L-ปี 2024
479,000 บาท

ฉางอาน CHANGAN-Lumin L-ปี 2024
Changan Lumin L ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและเทคโนโลยีล้ำสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มอบประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัว มาพร้อมกับแบตเตอรี่ CATL วิ่งได้สูงสุด 301 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จแบบกระแสตรง DC เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน และด้วยรูปทรงที่น่ารักมาพร้อมสีสันสดใส ทำให้ LUMIN เป็น EV City Car ที่โดดเด่นและน่าจับตามอง

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์              CHANGAN
   รุ่น                   ฉางอาน CHANGAN-Lumin L-ปี 2024
   ประเภทรถ          รถเก๋ง 3 ประตู, Electric - EV
   ปีที่เปิดตัว           2024
   ราคา                 479,000 บาท

ดีไซน์
   ภายนอก
ระบบควบคุมระยะการจอด (เซ็นเซอร์ด้านหลัง 2 จุด)
ไฟท้าย LED
ไฟตัดหมอก (หลัง)
ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ (ฮาโลเจน)
ล้อกระทะ (14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ)
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
อุปกรณ์ภายนอกอื่นๆ (ระบบเปิดไฟเพื่อช่วยค้าหารถจากรีโมท)
ขนาดยางหน้า-หลัง (165/70R14)

   ภายใน
ตกแต่งภายใน (สีเทาอ่อน-ส้ม)
ปลั๊กไฟ 12 โวลท์
ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ (Eco/Sport)
พวงมาลัยไฟฟ้า

สเปค
   มอเตอร์ไฟฟ้า                   มอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลัง 48 แรงม้า แรงบิด 83 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 101 กม./ชม. ระยะเวลาการชาร์จแบบ AC (0-100%) ใน 10.5 ชม. พร้อมระบบดึงพลังงานกลับมาใช้ใหม่

   กำลังเครื่องยนต์ (แรงม้า)     แรงม้า
   ระบบเกียร์                       เกียร์อัตโนมัติ
   รูปแบบเกียร์
   ระบบเบรค ABS               มี
   ชนิดแบตเตอรี่                 ไฟฟ้า
   ความจุแบตเตอรี่                  27.98 kWh
   ระยะทางวิ่ง/การชาร์จ 1 ครั้ง    301
   น้ำหนักตัวรถ                      920 กก.
   ประเภทยางรถยนต์                -
   ขนาดล้อ (นิ้ว)
   ระบบขับเคลื่อน                  ขับเคลื่อนล้อหน้า

ระบบความปลอดภัยระบบความปลอดภัย
อุปกรณ์ความปลอดภัย  อุปกรณ์ความปลอดภัย
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ESP)
เซ็นทรัลล็อค (อัตโนมัติตามความเร็วรถ/ระบบปลดล๊อคอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน)
กุญแจรีโมท (กุญแจ Smart Key / Keyless Entry)
ไฟเบรกดวงที่ 3
ระบบกระจายแรงเบรก EBD
อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยอื่นๆ (ระบบตรวจจับความผิดปกติของลมยาง)
เข็มขัดนิรภัย (ด้านหน้าล๊อก 3 จุด)
ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (HHC)
กล้อง (มองหลัง)
เสียงเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย (ด้านคนขับ)

13
บริการทำความสะอาด: รู้ทัน ปัญหาคราบไอน้ำมันเหนียวและ 4 วิธีขจัดคราบ

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ใช้ “ห้องครัว” ทำอาหารอยู่เป็นกิจวัตร แต่ต้องมาคอยหงุดหงิดใจกับคราบเหนียวเหนอะบนพื้นที่ไม่ทราบสาเหตุ บทความนี้มีคำตอบ! เราขอพาไปดูสาเหตุของคราบเหนียวตัวร้ายที่เกิดจากไอน้ำมัน ปัญหาความสกปรกที่เจอได้บ่อย ๆ ในห้องครัวที่ใช้งานเป็นประจำ และแนะนำวิธีป้องกัน รวมถึงการทำความสะอาดคราบเหนียวให้พื้นห้องครัวให้กลับมาสะอาดเหมือนใหม่ พร้อมชี้เป้าน้ำยาถูพื้นที่ปลอดภัยต่อเด็กและคนในบ้าน

คราบไอน้ำมัน สร้างความเหนียวบนพื้นห้องครัว

คราบไอน้ำมันเหนียวบนพื้นห้องครัว เกิดจากการระเหยของน้ำมันและไขมันจากอาหาร ประกอบกับความชื้นจากอากาศและฝุ่นละอองที่สะสมเป็นเวลานาน จับตัวกันและตกค้างบนพื้นผิวต่าง ๆ ของห้องครัว เช่น พื้น ผนัง ภาชนะ จนกลายเป็นคราบเหนียวติดแน่น

หากปล่อยคราบเหล่านี้สะสมเป็นเวลานาน และไม่ทำความสะอาดให้ดี จะเริ่มมีกลิ่นหืน เป็นต้นตอของความอับชื้นในห้องครัว และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดได้

รู้ทัน 4 จุดเกิดคราบไอน้ำมันเหนียว มีตรงไหนบ้าง?

คราบไอน้ำมันเหนียว เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในครัวเรือนและในพื้นที่ที่มีการประกอบอาหาร โดยเฉพาะบริเวณพื้นและผนัง หากไม่ทำความสะอาดทันที คราบน้ำมันจะสะสมและกลายเป็นคราบเหนียวได้ง่าย โดยมี 4 จุดสำคัญในห้องครัวที่ต้องดูให้ดีดังนี้

    ผนังและพื้นห้องครัว เป็นบริเวณที่พบคราบไอน้ำมันได้บ่อย เนื่องจากน้ำมันและไขมันจะกระเด็นไปติด
    เตาแก๊ส เป็นบริเวณที่พบคราบไอน้ำมันได้มากที่สุด เนื่องจากเป็นแหล่งกำเนิดของควันและไอน้ำมันโดยตรง ในขณะประกอบอาหาร
    เคาน์เตอร์ครัว เป็นบริเวณที่ไอน้ำมันจะลอยไปเกาะตามพื้นที่บนเคาน์เตอร์ครัว และสะสมจนกลายเป็นคราบเหนียว
    เครื่องดูดควัน ทำหน้าที่ดูดคราบไอน้ำมันในอากาศไปเก็บไว้ที่ตะแกรงกรอง หากไม่ทำความสะอาดตะแกรงกรองบ่อย ๆ คราบเหล่านี้จะสะสมและกลายเป็นคราบเหนียวได้ง่าย

ป้องกันก่อนแก้ไข จัดการรับมือกับคราบไอน้ำมันได้อยู่หมัด

    ติดตั้งพัดลมดูดควันในห้องครัว เพื่อดูดไอน้ำมันและกลิ่นอาหารออกไป เพื่อลดการเกิดคราบไอน้ำมัน และป้องกันการสะสมของไขมันและคราบสกปรกในห้องครัว
    ติดตั้งฉากกั้นน้ำมัน ป้องกันการกระเด็นที่ทำให้เกิดคราบบริเวณผนังและพื้นครัว
    ใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไปกับการทำอาหาร โดยไม่ใช้ไฟแรงที่ทำให้เกิดการเผาไหม้สูง ทำให้เกิดเป็นควันและไอน้ำมันที่จะไปสะสมตามพื้นผิวในห้องครัว
    ทำความสะอาดอุปกรณ์และพื้นห้องครัวหลังประกอบอาหาร โดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาถูพื้นครัวสูตรอ่อนโยนที่ปลอดสารเคมี ปลอดภัยต่อเด็กและสัตว์เลี้ยง

4 วิธีช่วยบอกลาคราบเหนียวจากไอน้ำมัน

    กระดาษซับน้ำมัน : นำกระดาษมาซับน้ำมันส่วนเกินออกจากภาชนะครัวและพื้นครัวให้ได้มากที่สุด จะช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
    น้ำส้มสายชู : ผสมน้ำอุ่นและน้ำส้มสายชู อัตราส่วน 2:1 ส่วน เข้าด้วยกัน แล้วฉีดพ่นบริเวณที่มีคราบเหนียวจากน้ำมันบนพื้น ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วเช็ดทำความสะอาด
    เบกกิงโซดา : ผสมเบกกิงโซดากับน้ำอุ่นจนได้สารละลายลักษณะข้นเหนียว แล้วทาลงบนพื้นห้องครัวหรือพื้นผิวที่ต้องการทำความสะอาด ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วใช้ผ้าเช็ดออก คราบเหนียวจากน้ำมันจะหลุดออก
    แอลกอฮอล์และเกลือ : ผสมเกลือและแอลกอฮอล์ อัตราส่วน 4:1 ทาลงบนคราบน้ำมันบนพื้นครัว จากนั้นใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเกลือออก สุดท้ายเช็ดด้วยผ้าแห้งให้สะอาด นอกจากจะขจัดคราบไขมันและน้ำมันแล้ว ยังช่วยกำจัดเชื้อโรคไปพร้อมกันอีกด้วย

14
จัดฟันบางนา: ข้อดี ของการรักษาผ่าตัดด้วยการฝังรากฟันเทียมแบบทั้งขากรรไกร

ผู้ที่มีปัญหาในการสูญเสียฟันธรรมชาติไป และต้องการที่จะกลับมามีรอยยิ้มและฟันที่สวยงาม หลายคนอาจจะใช้วิธีการใส่ฟันปลอม ซึ่งเป็นวิธีที่เป็นที่นิยม แต่ในปัจจุบัน การใส่ฟันปลอมนั้น เป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยจะเป้นที่นิยมมาก

เพราะในวงการทันตกรรมมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการรักษา โดยเฉพาะการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใส่ฟันปลอม เพราะในการใช้งานนั้น ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด การฝังรากฟันเทียมแบบทั้งขากรรไกรนั้น

สำหรับผู้ที่มีปัญหาสูญเสียฟันธรรมชาติไปแบบทั้งปาก และเป็นทางเลือกที่ดีและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ข้อดีของการรากฟันเทียมแบบทั้งขากรรไกร ก็คือเป็นการทดแทนฟันที่สูญเสียไปทั้งขากรรไกรแบบติดแน่นและถาวร ช่วยให้สามารถบดเคี้ยวอาหารได้ดี และเลือกรับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย รากฟันเทียมจะมีความแข็งแรงและมั่นคงกว่าฟันปลอมแบบทั่วไป

ทั้งนี้ยังช่วยรักษารูปหน้าและลดปัญหาการเสื่อมสลายของกระดูกรองรับฟัน ในเรื่องของบุคคลิกภาพ การรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมนั้น ยังช่วยเสริมบุคคลิกภาพ และสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้ารับการรักษาอีกด้วย เพราะช่วยให้สามารถมีรอยยิ้มที่แลดูเป็นธรรมชาติได้ มีฟันที่เรียงกันสวยงาม สร้างความมั่นใจให้แก่ผุ้เข้ารับการรักษาและยังเป็นวิธีการแก้ปัญหาระยะยาว สามารถใช้งานแทนฟันแท้ได้อย่างถาวร


กระดูกฟันละลาย สามารถฝังรากฟันเทียม ได้ หรือ ไม่ ?

คำถามนี่ทันตแพทย์อาจจะได้ยินบ่อยจากผู้ที่จะเข้ารับการรักษา และการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมนั้น เรื่องของกระดูกขากรรไกรที่จะใช้รองรับรากฟันเทียมนั้น ก็ถือเป็นข้อจำกัดที่สำคัญมากเลยทีเดียว

หากผู้เข้ารับการรักษามีความหนาแน่นของกระดูกขากรรไกรไม่เพียงพอ ทันตแพทย์จะไม่สามารถทำการรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียมให้ได้ จะต้องทำการปลูกกระดูกก่อนถึงจะเข้ารับการรักษาได้ หลายคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคเหงือกและฟัน

อาจจะมีคำถามว่า ถ้ากระดูกฟันละลายเนื่องจากโรคเหงือก จะสามารถทำการปลูกกระดูกให้ฟันซี่นั้นได้มั้ย และจะทำการฝังรากฟันเทียมได้หรือไม่ คำตอบคือ สามารถปลูกกระดูกได้ แต่ก็ต้องดูไปแล้วแต่กรณี บางรายมีการสูญเสียกระดูกขากรรไกรไปเยอะ อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์ ว่าจะทำการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมได้หรือไม่

สำหรับการปลูกกระดูกฟันนั้น ก็คือการทดแทนกระดูกที่สูญเสียไป ด้วยวัสดุกระดูกเทียมชนิดต่างๆ หรือกระดูกของคนไข้เอง ก็ต้องดูแล้วแต่กรณีไป บางรายอาจจะมีคำถามต่อไปอีกว่า การดูกฟันนั้นเกิดการละลายได้อย่างไร ในการถอนฟันเนื่องจากสาเหตุใดก็ตาม กระดูกจะมีการ re-modeling หรือการสลายเกิดขึ้น และหากปล่อยไว้นานๆ กระดูกบริเวณที่ถอนฟันไปแล้วนั้น จะฝ่อตัวหรือยุบตัวลงไปเรื่อยๆ นั่นเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมจึงต้องมีการปลูกกระดูกฟันนั่นเอง

15
ลงประกาศฟรี / การจัดฟันเด็ก ใช้ระยะเวลานานแค่ไหน
« เมื่อ: วันที่ 30 มีนาคม 2025, 14:06:36 น. »
การจัดฟันเด็ก ใช้ระยะเวลานานแค่ไหน

 การเข้ารับการจัดฟัน เป็นการแก้ไขปัญหาฟันที่มีประสิทธิภาพและใช้เวลารวดเร็วเพราะ ถ้าหากเรามีปัญหาในเรื่องของรูปร่างฟันลักษณะฟันไม่ว่าจะเป็นฟันห่าง ฟันซ้อนเก หรือแม้กระทั่ง ฟันล้ม การเข้ารับการจัดฟัน ก็สามารถช่วยได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ การจัดฟันมีนวัตกรรมใหม่เข้ามาช่วยในการรักษาทำให้มีผลการรักษาที่แม่นยำและสามารถใช้งานช่องปากและฟันของเราได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากเราพูดถึงระยะเวลาของการจัดฟันแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่าเวลาที่ใช้ในการจัดฟันจะอยู่ประมาณ 2-3 ปีซึ่ง ต้องบอกว่าเป็นการรักษาที่ยาวนาน แต่รู้หรือไม่ว่า บางคนอาจจะต้องใช้เวลาจัดฟันเกือบ 10 ปี เพราะอาจจะต้องเข้ารับการจัดฟันหลายครั้งก็ด้วยพฤติกรรมและวิธีการปฏิบัติตัว ภายหลังจากการรักษานั่นเอง ผลการจัดฟันจัดขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของเราด้วย

ถ้าหากหลังจากที่ถอดเครื่องมือการจัดฟันออกแล้วและไม่สวมใส่รีเทนเนอร์ก็อาจจะทำให้ฟันกลับมามีปัญหาเหมือนเดิมและอาจจะต้องใช้เวลารักษาอย่างต่อเนื่องหลายปี ซึ่งนี่ก็คือ ปัญหาของผู้เข้ารับการจัดฟันที่มักพบได้บ่อย แต่ถ้าหากเราปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ภายหลังจากการจัดฟันเสร็จเรียบร้อยแล้วผู้เข้ารับการจัดฟันสวมใส่รีเทนเนอร์เป็นประจำ ก็จะทำให้ฟันมีการเรียงตัวที่สวยงาม ไม่กลับมามีปัญหาอีก เช่นเดียวกันกับการจัดฟันในเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครองควรสอดส่องดูแลพฤติกรรมการดูแลทำความสะอาดของเด็กให้แปรงฟันอย่างถูกวิธีและดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพราะไม่เช่นนั้น ฟันอาจจะกลับมามีปัญหาอีกได้ หลายคนที่อยากให้ลูกเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็เกิดความสงสัยว่าการจัดฟันในเด็กนั้น ใช้ระยะเวลานานแค่ไหน ซึ่งวันนี้ทางคลินิก ของเราจะมาพูดถึงระยะเวลาของการจัดฟันเด็กเด็กว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน

 สำหรับการจัดฟันโดยทั่วไปแล้วจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี ซึ่งการรักษาก็จะมีความแตกต่างไปในแต่ละคนเพราะปัญหาฟันและลักษณะฟันของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับระดับความผิดปกติในการสบฟันของเด็กด้วยและยังขึ้นอยู่กับความตอบสนองต่อการรักษาของร่างกายด้วย แต่ละคนก็มีไม่เท่ากันและยิ่งการจัดฟันในเด็ก เด็กก็ต้องให้ความร่วมมือในการรักษาด้วย เพราะระยะเวลาในการจัดฟันนั้น ก็จะมีองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตัวเด็กเอง ทันตแพทย์ผู้ทำการจัดฟัน และตัวช่วยหรือเครื่องมือจัดฟันอื่นๆที่จะทำให้ฟันเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้น ซึ่งการจัดฟันในเด็กโดยปกติแล้ว เด็กจะมีการสร้างกระดูกและการตอบสนองต่อการเคลื่อนฟันมากกว่าผู้ใหญ่และมีผลข้างเคียงน้อยกว่า โดยอายุก็ถือว่ามีความสำคัญต่อการจัดฟันเช่นเดียวกัน รวมไปถึงการให้ความร่วมมือของเด็กก็มีผลต่อระยะเวลาในการจัดฟัน เพราะการจัดฟันนั้นเป็นการรักษาที่ต้องใช้ระยะเวลาอย่างยาวนานและถ้าหากเด็กไม่มาพบทันตแพทย์ตามที่ทันตแพทย์นัด ก็อาจจะทำให้ผลการรักษาออกมาไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น หรือทำให้การรักษายืดเยื้อและยาวนานขึ้น เพราะการจัดฟันในเด็ก

เด็กจะต้องเข้าพบทันตแพทย์เพื่อปรับเครื่องมือเดือนละ 1 ครั้ง ถ้าหากเด็กไม่มาตามนัดหมายก็จะทำให้การเคลื่อนตัวของฟันช้า ฟันจะไม่ขยับไปในตำแหน่งที่ ทันตแพทย์กำหนด อาจจะทำให้เสียเวลาในการดึงฟันกลับมาหรือบางครั้งทันตแพทย์ก็ไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมได้ นอกจากนี้ ในเรื่องของเครื่องมือการจัดฟันก็มีส่วนในเรื่องของระยะเวลาการจัดฟันด้วย เพราะถ้าหากเครื่องมือเกิดหลุดก็อาจจะทำให้เครื่องมือทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้น ผู้เข้ารับการจัดฟันในเด็ก จะต้องระมัดระวังในเรื่องของการรับประทานอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีความแข็ง เหนียว เพื่อป้องกันการเกิดเครื่องมือหลุดขณะรับประทานอาหาร ทั้งหมดนี้ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อระยะเวลาการจัดฟันในเด็ก

 อยากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด อยากพาบุตรหลานของท่านเข้าพบกับทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านทันตกรรมคอยให้คำปรึกษาและแนะนำในเรื่องของการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากและฟันได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

หน้า: [1] 2 3 ... 11






















































อยากขายของดี
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
ขายสินค้าไม่สต๊อกสินค้า
เริ่มขายของออนไลน์
รับทำ seo ด่วน
smf โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์อะไรดี
smf โพสฟรี
แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์ โพสฟรี
โพสฟรีแคปชั่นโพสขายของยังไงให้ปัง
smf แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์
ขายของให้ออร์เดอร์เข้ารัว ๆ
smf โพสต์เรียกลูกค้า
โพสต์เรียกลูกค้าโพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ให้ปัง
smf โพสต์ขายของ
smf เขียนโพสขายของโดนๆ
แคปชั่นเปิดร้าน โพสฟรี
smf วิธีโพสขายของให้น่าสนใจ
วิธีเพิ่มยอดขาย โพสฟรี
smf เทคนิคเพิ่มยอดขาย
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
smf เริ่มต้นขายของออนไลน์
ไอ เดีย การขายของออนไลน์
เว็บขายของออนไลน์
เริ่ม ขายของออนไลน์ โพสฟรี
อยากขายของออนไลน์ smf
โพสขายของยังไงให้มีคนซื้อ
smf โพสขายของแบบไหนดี
smf ขายของออนไลน์ที่ไหนดี
เทคนิคการโพสต์ขายของ
smf โพสต์ขายของให้ยอดขายปัง
โพสต์ขายของให้ยอดขายปังโพสฟรี
smf ขายของในกลุ่มซื้อขายสินค้า
ไม่รู้จะขายอะไรดี

เพิ่มยอดขายให้เข้าเป้า
โปรโมทผลักดันยอดขาย
โปรโมทแผนการเพิ่มยอดขายให้ได้ผล
โปรโมทวิธีการวางแผนการเพิ่มยอดขาย
มีลูกค้าเพิ่ม - YouTube
ผลักดันยอดขายโปรโมทฟรี
ประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศเพิ่มยอดขาย
ฝากร้านฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศฟรีใหม่ ๆ เพิ่มยอดขาย
เว็บประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
Post ฟรี
ประกาศขายของฟรี
ประกาศฟรี
โพส SEO
ลงโฆษณาฟรี
โปรโมทเพจร้านค้า
โปรโมทกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทฟรีออนไลน์กระตุ้นยอดขาย
โพสกระตุ้นยอดขาย
วิธีกระตุ้นยอดขาย เซลล์
วิธีแก้ปัญหายอดขายตก
เริ่มต้นขายของ
แหล่งรับของมาขายออนไลน์
ขายของออนไลน์อะไรดี
อยากขายของออนไลน์
ยอดขายไม่ดีควรทำอย่างไร
ยอดขายตกเกิดจากอะไร
ทำไมต้องเพิ่มยอดขาย
ขายฟรี
ยอดการขาย คืออะไร
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
โพสฟรีการกระตุ้นยอดขาย
เว็บบอร์ดฟรี
โปรโมทฟรี

กลยุทธ์การหาลูกค้าใหม่
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
วิธีการหาลูกค้าของ sale
ทำ SEO ติด Google
ต้องการขาย
ปล่อยเช่า บ้าน คอนโด ที่ดิน
ขายบ้าน คอนโด ที่ดิน
ประกาศฟรี ไม่มี หมดอายุ
เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ
ฝากร้านฟรี โพ ส ฟรี
ลงประกาศฟรี กรุงเทพ
ลงประกาศฟรี ทั่วไทย
ลงประกาศโฆษณาฟรี
ลงประกาศฟรี 2023
รวมเว็บลงประกาศฟรี
วิธีหาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
การหาลูกค้าใหม่ รักษาลูกค้าเก่า
ช่องทางการเข้าถึงลูกค้า
เพิ่มฐานลูกค้าใหม่
รวมเว็บลงประกาศฟรี ล่าสุด
รวมเว็บประกาศฟรี
โพสต์ขายของฟรี
ลงโฆษณาสินค้าฟรี
โฆษณาฟรี
ประกาศฟรี
เว็บฟรีไม่จำกัด
ลงประกาศขาย
เว็บฟรียอดนิยม
โพสโฆษณา
ประกาศขายของ
ประกาศหางาน
บริการ แนะนำเว็บ
ลงประกาศ
รวมเว็บประกาศฟรี
รวมเว็บซื้อขาย ใช้งานง่าย
ลงประกาศฟรี ทุกจังหวัด

โพสขายสินค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย
โฆษณาเลื่อนประกาศได้
ขายของออนไลน์
แนะนำ 6 วิธีขายของออนไลน์
อยากขายของออนไลน์
เริ่มต้นขายของออนไลน์
ขายของออนไลน์ เริ่มยังไง
ชี้ช่องขายของออนไลน์
การขายของออนไลน์
สร้างเว็บฟรีประกาศ
เว็บบอร์ด โพสต์ฟรี
ลงประกาศ ซื้อ-ขาย ฟรี
ชุมชนคนไอทีขายสินค้า
ลงประกาศฟรีใหม่ๆ 2023
โปรโมทธุรกิจฟรี
ทําไงให้ลูกค้าเข้าร้านเยอะ ๆ
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
เคล็ดลับขายของดี
ค้าขายไม่ดีทำอย่างไรดี
งานโพสโปรโมทงาน
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
รวม SMFขายสินค้า
ประกาศฟรีออนไลน์
ลงประกาศ สินค้า
ลงประกาศฟรี เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ฟรี เว็บบอร์ด แรงๆ
โปรโมทสินค้าฟรี
แจกฟรี รายชื่อเว็บลงประกาศฟรี
โปรโมท Social
โปรโมท youtube
แจกฟรี รายชื่อเว็บ
แจกฟรีโพสเว็บบอร์ดsmf
เว็บบอร์ดsmfโพสฟรี
รายชื่อเว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
หากลยุทธ์เพิ่มยอดขาย