อาหารสายยางสำหรับโรคไตสำหรับผู้ป่วย โรคไตเรื้อรัง (CKD) การให้อาหารทางสายยางมีความซับซ้อนกว่าโรคอื่นๆ เพราะต้องปรับปริมาณ โปรตีน น้ำ และแร่ธาตุ ให้สมดุลกับระยะของโรค โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างช่วง "ก่อนฟอกไต" และ "หลังฟอกไต" ครับ
1. สูตรอาหารแบ่งตามระยะของโรค (สำคัญมาก)
การเลือกโปรตีนผิดประเภทหรือผิดปริมาณอาจทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นหรือเกิดของเสียคั่งในเลือดได้:
ระยะก่อนฟอกไต (ระยะ 3-5):
เน้นโปรตีนต่ำ (Low Protein): ประมาณ 0.6−0.8 g ต่อน้ำหนักตัว 1 kg เพื่อลดภาระของไตในการขับยูเรีย
พลังงานต้องสูง: เพื่อป้องกันร่างกายดึงกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงาน (ซึ่งจะทำให้ของเสียสูงขึ้น)
ตัวอย่างสำเร็จรูป: Nepro LP, Once Renal
ระยะที่ได้รับการฟอกไตแล้ว (Dialysis):
เน้นโปรตีนสูง (High Protein): ต้องเพิ่มเป็น 1.2−1.5 g ต่อน้ำหนักตัว 1 kg เนื่องจากมีการสูญเสียโปรตีนและกรดอะมิโนไประหว่างการฟอกเลือด
ตัวอย่างสำเร็จรูป: Nepro HP, Once Dialyze
2. การควบคุมแร่ธาตุ 3 ชนิด (The Big Three)
ไม่ว่าจะเป็นสูตรปั่นเองหรือสูตรสำเร็จ ต้องระวังแร่ธาตุเหล่านี้ครับ:
โซเดียม (Sodium): จำกัดเพื่อคุมความดันและลดอาการบวมน้ำ งด เกลือ น้ำปลา หรือซีอิ๊วในสูตรปั่น
โพแทสเซียม (Potassium): หากสูงเกินไปจะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
เทคนิค: หากใช้ผักใบเขียว (กวางตุ้ง, คะน้า) ให้ หั่นเล็กๆ แล้วต้มในน้ำเดือดนานๆ และทิ้งน้ำต้มผัก ก่อนนำเนื้อผักมาปั่น เพื่อลดโพแทสเซียม
ฟอสฟอรัส (Phosphorus): หากสูงจะทำให้กระดูกเปราะและคันตามตัว
สิ่งที่ต้องเลี่ยง: ไข่แดง (ให้ใช้แต่ไข่ขาว), นมสด, ธัญพืชโฮลเกรน (ใช้ข้าวขาวแทนข้าวกล้อง), และถั่วเมล็ดแห้ง
3. ตัวอย่างสูตรอาหารปั่นเอง (สำหรับผู้ป่วยทั่วไป 1,000 ml)
(สูตรนี้เน้นโปรตีนคุณภาพดีและแร่ธาตุต่ำ)
วัตถุดิบ ปริมาณ เหตุผล
ไข่ขาวต้มสุก 4-6 ฟอง โปรตีนคุณภาพสูง ฟอสฟอรัสต่ำกว่าไข่แดง
เนื้อปลา หรือ อกไก่ 50−100 g ปริมาณปรับตามระยะโรค (ก่อน/หลังฟอก)
ข้าวขาวต้ม 200−300 g พลังงานหลัก ฟอสฟอรัสต่ำกว่าข้าวกล้อง
ผักกาดขาว / แตงกวา 150 g ปอกเปลือกและต้มทิ้งน้ำ เพื่อลดโพแทสเซียม
น้ำมันรำข้าว 2-3 ช้อนโต๊ะ เพิ่มพลังงานโดยไม่โหลดไต
น้ำต้มสุก ตามสัดส่วนน้ำที่คุม ต้องระวังไม่ให้ปริมาตรรวมเกินโควต้าน้ำต่อวัน
4. ข้อควรระวังเรื่อง "น้ำ" (Fluid Restriction)
ผู้ป่วยโรคไตมักมีปัญหาเรื่องปัสสาวะไม่ออกและตัวบวม:
ต้องนับรวมปริมาณอาหาร น้ำที่ใช้ละลายยา และน้ำที่ใช้ล้างสาย (Flush) ให้อยู่ในโควต้าที่แพทย์สั่ง (เช่น ไม่เกิน 1,000−1,200 ml ต่อวัน)
หากต้องจำกัดน้ำมาก อาจต้องใช้สูตรอาหารที่มีความเข้มข้นสูงพิเศษ เช่น 1.5−1.8 kcal/ml เพื่อให้ได้พลังงานครบในปริมาตรที่น้อยลง
💡 เคล็ดลับจาก Gemini
การทำอาหารปั่นให้ผู้ป่วยโรคไตเองค่อนข้างยากในการควบคุมเกลือแร่ให้แม่นยำ หากเป็นไปได้ การใช้สูตรสำเร็จสำหรับโรคไตโดยเฉพาะ (Medical Food) จะมีความปลอดภัยสูงกว่ามากครับ เพราะมีการคำนวณปริมาณฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมมาให้เรียบร้อยแล้ว